เชียงใหม่เร่งกลุ่มเสี่ยงสูงรับวัคซีนโดยเร็ว หลังพบต้นเหตุผู้เสียชีวิตเพราะยังไม่ฉีด ชวนเลือกสูตรวัคซีนได้เอง

เชียงใหม่เร่งกลุ่มเสี่ยงสูงรับวัคซีนโดยเร็ว หลังเสียชีวิตสูง 85%

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยสถานการณ์โรคโควิด-19 จังหวัดเชียงใหม่ประจำวัน ว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 179 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด ผู้ติดเชื้อจากต่างจังหวัด 6 ราย มาจากกรุงเทพฯ ลำพูน ปทุมธานี แม่ฮ่องสอน กระบี่ และระยอง จังหวัดละ 1 ราย ส่วนที่เหลืออีก 173 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด โดยมาจากคลัสเตอร์ใหม่และที่มีการระบาดต่อเนื่อง 24 ราย ได้แก่ คลัสเตอร์ห้างบิ๊กซี สาขาดอนจั่น อำเภอเมืองเชียงใหม่ 8 ราย, คลัสเตอร์ หจก.เป่าเปา ตำบลป่าแดด เมืองเชียงใหม่ 6 ราย, คลัสเตอร์บุคลากรห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม 4 ราย, คลัสเตอร์บริษัท เทพวงค์ออร์คิด ตำบลบ้านสหกรณ์ อำเภอแม่ออน 2 ราย, คลัสเตอร์สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ 2 ราย และคลัสเตอร์ร้านศิลานนา ซิลเวอร์ ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันทราย 1 ราย

ส่วนคลัสเตอร์เดิมอยู่ระหว่างการควบคุมโรค ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 ราย ได้แก่ คลัสเตอร์ไซต์งานก่อสร้างสนามกีฬา มรภ.ชม. อำเภอแม่ริม 2 ราย, คลัสเตอร์แคมป์งานบริษัท ไฮไลท์ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองเชียงใหม่ 2 ราย, คลัสเตอร์ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแอร์พอร์ตพลาซา 1 ราย, คลัสเตอร์บริษัท เชียงใหม่ลานนา บิซซิเนสพาร์ค 1 ราย และคลัสเตอร์หอพัก PWS หมู่ 7 ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง 1 ราย

ด้านคลัสเตอร์กลุ่มครอบครัว พบเพียง 5 ราย จาก 2 ครอบครัว ได้แก่ ครอบครัวหมู่ 1 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ 3 ราย และครอบครัวหมู่ 11 ตำบลออนกลาง อำเภอแม่ออน 3 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อจากการสัมผัสผู้ติดเชื้อรายก่อนหน้าพบเพิ่ม 78 ราย และอยู่ระหว่างการสอบสวนโรคอีก 59 ราย

ทรงยศ คำชัย

สำหรับผู้เสียชีวิตรายใหม่ 3 ราย รายแรก เป็นชายไทย อายุ 86 ปี ไม่มีโรคประจำตัว ติดเชื้อจากการสัมผัสในชุมชนเนื่องจากพักอาศัยในพื้นที่ที่มีการระบาด ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม เมื่อเดือนสิงหาคม วันที่ 13 พฤศจิกายน เริ่มมีอาการเหนื่อย วันต่อมาตรวจพบว่าติดเชื้อและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสนาม วันที่ 22 พฤศจิกายน อาการหนักขึ้นจึงส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์ ต่อมาวันที่ 30 พฤศจิกายน ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิต

รายที่สอง เป็นชายไทย อายุ 88 ปี มีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจ ไตเรื้อรัง โลหิตจาง และเกาต์ ติดเชื้อจากการสัมผัสในครอบครัว และไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อน วันที่ 14 พฤศจิกายน มีอาการไข้ หายใจเหนื่อย อีก 3 วันจึงเข้ารับการตรวจ RT-PCR ยืนยันว่าติดเชื้อและเข้ารับรักษาไว้ที่โรงพยาบาลลานนา วันที่ 24 พฤศจิกายน อาการหนักมากขึ้นจึงส่งต่อโรงพยาบาลนครพิงค์ วันที่ 30 พฤศจิกายน ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิต

รายสุดท้าย เป็นหญิงไทย อายุ 40 ปี มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ติดเชื้อจากการสัมผัสในครอบครัว และไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อน โดยวันที่ 15 พฤศจิกายน เริ่มมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หลังจากนั้นจึงเข้ารับการตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 และรับรักษาไว้ที่ศูนย์แยกกักโรคชุมชนเชียงใหม่เกต วันที่ 22 พฤศจิกายน อาการหนักมากขึ้น ส่งต่อโรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ และนครพิงค์ในเวลาต่อมา วันที่ 1 ธันวาคม ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิต

จากข้อมูลผู้เสียชีวิตในจังหวัดทั้งหมด 130 ราย พบว่าร้อยละ 85 ไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว นี่จึงเป็นเหตุผลความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทำไมผู้สูงอายุและผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรังจึงต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยเร็วที่สุด” ดร.ทรงยศระบุ

ดร.ทรงยศกล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่จัดสัปดาห์รณรงค์ฉีดวัคซีนโควิดตามเป้าหมาย 100 ล้านโดสทั่วประเทศ จนถึงวันที่ 5 ธันวาคม โดยจัดแคมเปญพิเศษสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชนชาวเชียงใหม่ สามารถเลือกสูตรวัคซีนได้เอง ซึ่งสูตรของวัคซีนมีให้เลือก 3 สูตรด้วยกัน ประกอบด้วย สูตรที่ 1 Pfizer + Pfizer สำหรับผู้มีอายุ 12 ปีขึ้นไป, สูตรที่ 2 AstraZeneca + Pfizer และสูตรที่ 3 Sinovac + AstraZeneca สำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

ดร.ทรงยศกล่าวว่า ในสูตรที่ 2 และ 3 นี้เปิดให้บริการฉีดได้ทุกวัน ประชาชนสามารถ Walk in เข้ารับการฉีดได้ที่หน่วยฉีดระดับอำเภอทุกแห่ง และในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่เข้ารับการฉีดวัคซีนได้ที่ศูนย์ฉีดเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต, โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่, โรงพยาบาลสวนปรุง และโรงพยาบาลแม่และเด็ก ส่วนศูนย์ฉีดโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์ฉีดเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ จะเปิดฉีด Pfizer เข็มที่ 1 เฉพาะวันที่ 3 ธันวาคมนี้เท่านั้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon