แฉ ‘พระเล็ก’ เล็งยึดวัดโนนศิลาเลิง ชาวบ้านฮือขับไล่พ้นกาฬสินธุ์ จี้หยุดเหยียบย่ำจิตใจกันเสียที

แฉ ‘พระเล็ก’ เล็งยึดวัดโนนศิลาเลิง ชาวบ้านฮือขับไล่พ้นกาฬสินธุ์ จี้หยุดเหยียบย่ำจิตใจกันเสียที

ดิ้นไม่เลิกไม่สนศรัทธาเสียงต่อต้านและคำคัดค้านประชาชน ส่อสังฆเภทใหญ่ แฉ “พระเล็ก” เล็งยึดวัดโนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย และตัวเลือกในอีกหลายวัดในเขตอำเภอกมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ แต่พอชาวบ้านรู้ข่าวลุกฮือเขียนป้ายขับไล่ต่อต้านทันที โดยเฉพาะที่อำเภอฆ้องชัย ชาวบ้านเผยสุดช้ำใจ ทราบข่าว “พระเล็ก” เลือก “วัดโนนศิลาเลิงแห่งนี้” เพื่อตั้งเป็นเจ้าสำนักฯ ทั้งที่วัดนี้ มีอดีตพระเทพวิมลญาณ หรือเจ้าคุณหลวงพ่อถาวรจิตตถาวโร ที่มรณภาพไปแล้ว แต่เป็นสหายธรรมกับเจ้าคุณหลวงพ่อบัวศรี ย้ำเข้าพื้นที่กาฬสินธุ์ ไม่ว่าวัดไหน ที่ไหน แตกหักแน่ ไม่เชื่อลองดู

จากกรณีมหาเถรสมาคมมีคำสั่งแต่งตั้งพระสังฆาธิการ และถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป โดยปรากฏทางสื่อโซเชียล เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระเทพสารเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) ผลดังกล่าวทำให้คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) และญาติธรรมเคลื่อนไหวคัดค้านทันที เพราะมองว่าไม่เป็นธรรม และได้นำรายชื่อหนึ่งแสนถวายฎีกาต่อในหลวงรัชกาลที่ 10 พร้อมกับลงรายชื่อคัดค้านในโลกออนไลน์ ถึงแม้พระครูเล็กจะรับใบตราตั้งให้เป็น เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) องค์ใหม่ไปแล้ว แต่การต่อต้านยังคงมีความเคลื่อนไหวรุนแรงมากขึ้น ยาวนานเกือบ 3 เดือน ทำให้ “พระเล็ก” ไม่สามารถเข้ามาปกครองสงฆ์สายป่ากาฬสินธุ์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสการต่อต้าน “พระเล็ก” หรือ พระครูสุทธิญาณโสภณ (เล็ก สุทธิญาโณ) เจ้าคณะอำเภอสังคม จ.หนองคาย เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) รูปใหม่ เกิดปรากฏการณ์ขึ้นในหลายอำเภอ โดยเฉพาะที่อำเภอฆ้องชัยและอำเภอกมลาไสย ซึ่งพบว่า “พระเล็ก” พยายามต่อสายทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองได้เข้าไปปกครองคณะสงฆ์กาฬสินธุ์อย่างเต็มตัว ไม่มีลดราวาศอก ถึงแม้จะมีการปล่อยคลิปเสียงคล้ายพระเล็ก ให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้ตื่นตัวในยุคนี้ คงจะเพราะไม่มีคำตอบหรือแนวทางการแก้ไขที่เป็นธรรมเพื่อให้คนกาฬสินธุ์สิ้นสงสัยต่อมติมหาเถรสมาคมและสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ทั้งนี้ล่าสุดรายงานแจ้งว่า ที่วัดบ้านโนนศิลาเลิง ตำบลโนนศิลาเลิง อำเภอฆ้องชัย ซึ่งเป็นวัดของพระเทพวิมลญาณ หรือเจ้าคุณหลวงพ่อถาวร จิตตฺถาวโร ที่มรณภาพไปแล้ว “พระเล็ก” ได้ต่อสายไปยังเจ้าอาวาส เพื่อขอใช้เป็นสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่จะปูนบำเหน็จให้เจ้าอาวาสวัดบ้านโนนศิลาเลิงเป็นเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ทันทีที่ชาวบ้านรู้ข่าวได้พากันรวมตัวเขียนป้ายต่อต้านพระเล็กในทันที และทุกคนรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจต่อการกระทำของพระเล็ก และต่างตั้งคำถามว่าทำไม ในเมื่อคนกาฬสินธุ์ทั้งจังหวัดไม่ต้อนรับ “พระเล็ก” ถึงต้องเข้ามาปกครองสงฆ์กาฬสินธุ์ด้วย แล้วทำไมมหาเถรสมาคมและสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รวมไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงไม่แก้ไขปัญหานี้ ทำแบบนี้แล้วจะให้คนอีสานเค้ารักนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร

นายจำเนียร เครือวรรณ อายุ 70 ปี บ้านเลขที่ 168 หมู่ที่ 1 ต.โนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่าการรวมตัวกันไม่มีใครจ้าง ไม่มีใครร้องขอ แต่เป็นการรวมตัวกันเองและไม่เข้าใจว่า ทำไม “พระเล็ก” เลือกที่จะมาใช้วัดนี้ ทั้งที่วัดแห่งนี้ คนกาฬสินธุ์หรือคนอีสาน ใครก็รู้ว่า มีอดีตพระเทพวิมลญาณ หรือเจ้าคุณหลวงพ่อถาวร จิตตฺถาวโร ที่มรณภาพไปแล้ว เป็นสหายธรรมกับเจ้าคุณหลวงพ่อบัวศรี ในพื้นที่วัดแห่งนี้ก็มีกุฏิของหลวงพ่อเจ้าคุณบัวศรี การดิ้นรนไม่สนเสียงคัดค้านที่จะเจาะเข้ามาเพื่อปกครองสงฆ์กาฬสินธุ์ให้ได้นั้น คนเค้าไม่ต้อนรับ ไม่ใส่บาตร เป็นพระจะเข้ามาอยู่ได้อย่างไร หรือต้องการที่จะทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาจริงๆ


“วันนี้คนกาฬสินธุ์ และคนบ้านโนนศิลาเลิง ติดตามข่าวรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจอย่างมาก ทำให้ชาวบ้านนอนไม่หลับไม่รู้ว่า ‘พระเล็ก’ พระที่ชาวบ้านไม่ต้อนรับจะมาเมื่อไหร่ เพราะหากเข้าพื้นที่ไหนก็จะทำให้เกิดความวุ่นวาย และที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นเจ้าอาวาสวัดที่ไหน หากรับพระเล็กก็จะทำให้เกิดปัญหาพระสงฆ์แตกแยก และเชื่อว่าทุกตารางเมตรของกาฬสินธุ์จะไม่มีใครต้อนรับ หากไม่เชื่อก็ลองเข้ามาดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

นายจำเนียรกล่าวต่อว่า ตนขอกราบวิงวอนผู้มีอำนาจอย่างปล่อยให้ปัญหานี้ผ่านไป แล้วทำให้คนกาฬสินธุ์ คนอีสาน คิดกันไปต่างๆ นานาว่าเป็นเพราะคำสั่งเบื้องสูงตามคลิปที่มีการกล่าวอ้างของคนเสียงคล้ายพระเล็กว่าจะเข้ามาล้างบางสงฆ์กาฬสินธุ์ เพราะคำพูดนี้มันกินใจ จนไม่สามารถที่จะรับไว้ได้แล้ว

ขณะที่มีรายงานว่า การต่อต้านยังลุกลามไปในเขตอำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีข่าวสะพัดว่า วัดป่าเครือวัลย์ ของหลวงปู่พระครูกมลาสยคุณ (หลวงปู่โสภา) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) ได้มีอดีตพระที่เค้าจะเรียกกันว่า “มหาประสาน” อายุ 70 ปี เป็นผู้รับติดต่อประสานงานจัดหาวัดให้ “พระเล็ก” และเบื้องต้น “หลวงปู่โสภา” ได้ปฏิเสธไปแล้วเช่นกัน แต่เนื่องจากมีรายงานว่า ในวันที่ 7 ธันวาคมนี้ “พระเล็ก” จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อเข้ามาปกครองสงฆ์และปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมาย จึงทำให้ ประชาชนชาวกาฬสินธุ์เตรียมพร้อมที่จะลุกฮือประท้วงขับไล่ ที่คาดว่าหากเข้ามาจริงและปรากฏตัว “พระเล็ก” ที่จะมาพร้อมกับกำลังตำรวจตระเวนชายแดนและทหารนั้น คงจะมีความรุนแรงและเกิดวิกฤตศรัทธาทำให้เกิดปัญหาสังฆเภทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับสาเหตุที่พระเล็กไม่สนใจเสียงคัดค้านของคณะสงฆ์สายป่ากาฬสินธุ์ และประชาชนชาวกาฬสินธุ์ที่ไม่ต้อนรับ รายงานแจ้งว่า ที่ไม่ยอมที่จะถอยด้วยการลาออกจากเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อเปิดทางให้ มหาเถรสมาคมหรือสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ใช้เป็นแนวทางการแก้ไขด้วยความละมุนละม่อมนั้น ก็เนื่องจากที่ จ.หนองคาย ในสายธรรมยุต ได้มีการตั้งเจ้าคณะอำเภอสังคมรูปใหม่ แทน “พระเล็ก” ที่ได้รับตราตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้หากพระเล็กลาออกจากเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ก็จะไม่มีตำแหน่งในทางปกครองสงฆ์ กลายเป็นพระเร่ร่อน จึงจำเป็นที่จะต้องดิ้นรนหาทางเข้ามาปกครองสงฆ์กาฬสินธุ์ให้จงได้ เพื่อครองตำแหน่งผู้บริหารต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon