ศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวหนุ่มพกปืนนั่งร้านอาหารยิงตำรวจเจ็บ

ศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวหนุ่มพกปืนนั่งร้านอาหารยิงตำรวจเจ็บ

ศาลอนุญาต ปล่อยตัวชั่วคราวหนุ่มพกปืนนั่งร้านอาหารยิงตำรวจเจ็บ หลังญาติหอบหลักทรัพย์มูลค่านับล้านมายื่นคำร้องขอประกันตัว พร้อมเอกสารเกี่ยวกับอาการป่วยทางจิตและคำสั่งทางการแพทย์พร้อมใบนัดตรวจ ขณะผู้เป็นมารดายังไม่ปักใจเชื่อบุตรชายจะกล้าลงมือก่อเหตุ ยันอุปนิสัยยามปกติเรียบร้อยนิ่งเฉย ก่อนมีปัญหาเลิกรากับแฟนสาวทำเกิดอาการผิดเพี้ยนทางจิต

วันที่ 8 ธ.ค.64 เวลา 19.20 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นางขวัญเรือน อายุ 60 ปี มารดาของนายณัฐวิทย์ อายุ 28 ปี  ชาว ต.สำพันตา อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ผู้ต้องหากรณีใช้อาวุธปืนยิงรถยนต์สายตรวจ และรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางน้ำเปรี้ยว จนทำให้ ดต.ณรงค์ศักดิ์ ลงสุวรรณ ผบ.หมู่งาน ป. ได้รับบาดเจ็บถูกยิงเข้าที่ขาขวา ขณะออกไประงับเหตุตามที่ชาวบ้านแจ้งว่าพบผู้ก่อเหตุพกพาอาวุธปืนมานั่งรวมกลุ่มดื่มสุราอยู่ในร้านอาหารประจำหมู่บ้าน

ในพื้นที่ ม.8 ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้าแล้วว่า หลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวของบุตรชายตนเข้าไปฝากขังตามคำสั่งศาลยังภายในเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ตนเองพร้อมด้วยสามีจึงได้เดินทางนำหลักทรัพย์ คือ โฉนดที่ดินที่ประเมินราคาไว้แล้วมูลค่ากว่า 1 ล้านบาทมายื่นเพื่อขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว ยังที่ศาล จ.ฉะเชิงเทรา

พร้อมกันนี้ยังได้ยื่นเอกสารที่เกี่ยวกับอาการป่วยทางจิต และคำสั่งทางการแพทย์และใบนัดหมายให้ไปพบแพทย์เพื่อให้ศาลได้พิจารณาในการปล่อยตัวให้ออกไปรับการรักษา ซึ่งศาลได้พิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวและเดินทางไปรับตัวออกมาจากเรือนจำได้เมื่อเวลาประมาณ 18.15 น. ที่ผ่านมา โดยศาลได้เรียกหลักทรัพย์มูลค่าการประกันตัว 3 แสนบาท ไว้เป็นหลักประกันในการขอปล่อยตัวชั่วคราว

ซึ่งขณะนี้กำลังเดินทางกลับไปยังที่บ้านในพื้นที่ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เพื่อพักผ่อนและเตรียมพาตัวบุตรชายไปพบแพทย์ ตามที่แพทย์ได้ออกใบนัดหมายไว้ ยังที่ รพ.จิตเวชสระแก้วราชนครินทร์ ใน จ.สระแก้ว นางขวัญเรือน กล่าว

ขณะเดียวกัน นางขวัญเรือน ได้กล่าวถึงคดีที่เกิดขึ้นกับบุตรชายของตนต่อผู้สื่อข่าว ก่อนที่จะเดินทางมายังที่ศาล จ.ฉะเชิงเทรา ว่า ตนเองยังไม่ปักใจเชื่อว่าบุตรของตนชายจะกล้าก่อเหตุยิงปืนใส่รถของเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน เนื่องจากปกติ “แบล็ค” จะเป็นคนที่มีอุปนิสัยเรียบร้อยอ่อนโยนมากจนญาติพี่น้องทุกคนในย่านนี้รักใคร่ ส่วนอาการทางประสาทที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นหลังจากแฟนสาวซึ่งเป็นเด็กวัยรุ่นได้เลิกรากันไป

หลังจากบุตรชายของตนทราบว่าแฟน ซึ่งเป็นเด็กสาวได้คบหากับผู้ชายอื่นอีกพร้อมกันหลายคนเมื่อประมาณเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นโรคซึมเศร้าชอบเก็บตัวอยู่เพียงลำพัง หลังจากนั้นจึงกลายเป็นคนคิดมากจนมีอาการทางจิต และได้พาเข้าไปพบแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดแพทย์ยังได้นัดให้ไปพบตั้งแต่เมื่อช่วงเดือน พ.ย.64 ที่ผ่านมา แต่บุตรชายไม่ยอมไป

ส่วนอาการหลอนทางประสาทและหวาดระแวงนั้น เพิ่งพบว่าเริ่มมีอาการมาประมาณกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา โดยบุตรชายอาจจะยังคงคิดมากจนเกิดความเครียดแล้วจึงอาจหันไปเสพยาเสพติด จนทำให้เกิดอาการหลอน แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะเป็นช่วงเวลากลางคืนและไม่มีใครพบเห็น โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อไปหาตนเพื่อให้มาช่วยเกลี้ยกล่อมบุตรชายให้ในคืนวันเกิดเหตุ

ซึ่งตนเองก็ยินยอมที่จะเดินทางมาเพื่อช่วยเกลี้ยกล่อมให้ เมื่อมาถึงพบว่าบุตรชายตนกำลังนอนหลับอยู่ภายในบ้านญาติ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามที่จะให้ตนนำพาออกไปมอบตัวให้ได้ โดยที่บุตรชายตนนั้นกำลังหลับอยู่และไม่ได้มีการต่อสู้ขัดขืนแต่อย่างใด เมื่อสอบถามจากทางญาติก็ยังยืนยันว่าเขาไม่ได้อาระวาดทำร้ายใคร เพียงแต่มีคนแจ้งไป แต่เนื่องจากเขาเคยเสพยาเขาจึงมีความหวาดระแวงอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เดินออกไปขึ้นรถและขับหลบหนีออกไปโดยมีรถตำรวจขับติดตามไปจนเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

ส่วนเรื่องยิงกันนั้น ตนเองยังไม่ได้คุยกับลูกว่าใครยิงใครก่อน และลูกชายตนเองทำอะไรผิดจึงได้มีการขับรถไล่ตามประกบมาถึง 2 คัน และยังบอกว่าบุตรชายตนเป็นฝ่ายยิงใส่รถตำรวจถึง 2 คันนั้นใช่หรือ พิสูจน์ได้ไหมว่าใครยิงใครก่อน ตนเองนั้นก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จึงเกิดความสงสัย ส่วนเรื่องปืนนั้นบุตรชายของตนมักจะนำติดตัวไว้อยู่ตลอดจากความหวาดระแวงทางจิต และอาจตื่นกลัวเหตุจากเคยเป็นผู้เสพยา เมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่มากันหลายคน นางขวัญเรือน กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon