วันที่ 4 ตุลาคม นายพรชัย สัมมาวุฒธิ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจากสำนักงานที่ดินสาขาปราณบุรี แจ้งผลการรังวัดแนวเขตทุ่งเลี้ยงสัตว์ดอนทะเล จากนั้นจะมีการวัดพิกัด เพื่อออกหนังสือรับรองหนังสือสำคัญที่หลวง (นสล.) พื้นที่ 1,450 ไร่ ในหมู่ 4 บ้านพุน้อย และหมู่ 5 บ้านหัวตาลแถว ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2471 โดยดำเนินการร่วมกับฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สำหรับขั้นตอนต่อไปขอให้ประชาชนที่มีเอกสารสิทธิในพื้นที่ดังกล่าว นำหลักฐานแจ้งการคัดค้านตามระยะเวลาที่กำหนด
นายพรชัยกล่าวว่า สำหรับกรณีที่มีรายงานว่า มีผู้อ้างตัวเป็นแกนนำชาวบ้านบางรายที่คัดค้านการรังวัด มีการหลอกลวงประชาชนที่ต้องการนำที่ดินไปออกโฉนด โดยเรียกร้องค่ามัดจำรายละ 60,000 บาท อ้างว่าจะนำไปวิ่งเต้นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อหลายราย นั้น ตนขอยืนยันว่ากรมที่ดินไม่สามารถออกเอกสารสิทธิในพื้นที่ดังกล่าวได้ ล่าสุดทราบว่ามีนายทุนจากนอกพื้นที่โดนแก๊งนายหน้าหลอกขายที่ดินราคาสูงแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ และบางรายอ้างว่า มี ส.ค.1 แต่ออกภายหลังประกาศกระทรวงมหาดไทย 2471 ทำให้ทางราชการไม่สามารถออกเอกสารสิทธิให้ได้
นายกิตติพัฒน์ สำแดงเดช แกนนำชาวบ้าน กล่าวว่า พื้นที่ที่ประชาชนต้องการให้รังวัดเป็นที่ดินบริเวณทุ่งเขาโล้งปัจจุบันเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ และยอมรับว่าพื้นที่ที่มีการคัดค้านรังวัด ที่ผ่านมามีการออกเอกสารสิทธิแล้วกว่า 10 แปลง บริเวณด้านหลังรีสอร์ตดอลฟิน เบย์ ขณะที่ก่อนหน้านี้ชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงที่ดินแปลงที่มีโฉนดบางรายได้นำเอกสารหลักฐานไปยื่นขอออกเอกสารสิทธิ แต่หน่วยงานราชการอ้างว่าเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ ที่ผ่านมาชาวบ้านไม่ได้ขัดขวางการรังวัด โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบันทึกว่ามีการคัดค้าน ล่าสุดได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง จ.เพชรบุรี ศาลนัดไต่สวนวันที่ 12 ตุลาคมนี้ สำหรับที่ดินบริเวณชายทะเลสามร้อยยอด หากมีโฉนดมีการซื้อขายราคาไร่ละ 7 ล้านบาท และสาเหตุที่ทำให้มีรังวัดแนวเขต เกิดจากกลุ่มผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวบางรายไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน

นายชัยวุฒิ คุณาธิมาพันธ์ ปลัดอำเภอฝ่ายปกครอง กล่าวว่า หลังจากดำเนินการรังวัดเสร็จสิ้นประชาชนที่อ้างสิทธิในการครอบครองที่ดินหรือผู้ที่ได้รับความเสียหาย หากแนวเขตที่ดินที่ครอบครองอยู่ในบริเวณแนวเขตที่มีการรังวัดใหม่ ให้นำหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องร้องเรียนได้ตามขั้นตอนเพื่อพิสูจน์สิทธิ จากนั้นฝ่ายปกครองจะนำเสนอให้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐระดับจังหวัด (กบร.) พิจารณาตามหลักฐานที่ปรากฏ หากไม่พบว่ามีหลักฐานขัดเจนหรือมีพิสูจน์ได้ว่าการอยู่อาศัยมาก่อนปี 2471 ก็จะมีการเพิกถอนต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ กองบังคับการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ได้รับหนังสือร้องเรียน เพื่อให้ตรวจสอบแนวเขตที่ดินให้ถูกต้องก่อนมีการรังวัด จากการตรวจสอบร่วมกับเอกสารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าเอกสารของกลุ่มผู้คัดค้านนำมายื่นไม่ถูกต้อง รวมถึงแผนที่ที่ผู้คัดค้านนำมายื่นกับแผนที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ตรงกัน และปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวมีการก่อสร้างโรงแรมบ้านพักและรีสอร์ต โดยไม่มีเอกสารสิทธิและไม่ได้รับอนุญาตก่อสร้างตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 และประกอบกิจการตาม พ.ร.บ.โรงแรม 2547 หลังจากมีการรังวัดเสร็จสิ้นผู้ประกอบการกลุ่มนี้จะได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด นอกจากนั้นพบว่ามีการนำที่ดินไปทำการซื้อขายเปลี่ยนมือให้กับนายทุนชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก

