หน้าแรก ภูมิภาค ชาวนาพะเยาอ่ว...

ชาวนาพะเยาอ่วม! โรคบั่วระบาดนาข้าวเสียหายกว่าหมื่นไร่ คาดเมล็ดพันธุ์-ดิน-รถเกี่ยวเป็นพาหะ

5.10.16 | 15:40 น.

 

วันที่ 5 ตุลาคม  นายรัฐวุฒิชัย ใจกล้า นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านตุ่น อ.เมือง จ.พะเยา เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมของนายก อบต.ทั่วจังหวัดพะเยา ที่ อ.ภูซาง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในที่ประชุมได้มีการหารือกันเรื่องโรคระบาดในนาข้าวขณะนี้ คือ โรคบั่ว ซึ่งเป็นแมลงที่กำลังระบาดในนาข้าว ทำให้ต้นข้าวเสียหาย ไม่ได้ผลผลิต ในพื้นที่ ต.บ้านตุ่น ระบาดประมาณ 1,500 ไร่  นอกจากนี้พบว่าได้ระบาดและลุกลามไปในหลายพื้นที่แทบทุกอำเภอของจังหวัดพะเยาแล้วคาดว่าไม่น้อยกว่า 10,000 ไร่ ซึ่งโรคดังกล่าวแต่ละพื้นที่ได้เร่งประสานงานกับผู้นำท้องที่สำรวจและรายงานผลไปยังปกครองอำเภอ เพื่อส่งต่อถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติเพื่อหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบต่อไป

“สาเหตุที่เกิดโรคระบาดดังกล่าวในมุมของท้องถิ่น โดยผู้ที่มีความรู้และภูมิปัญญาด้านการเกษตร ให้ข้อมูลว่ามีสาเหตุ 3 ประการ คือ 1.เมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้คุณภาพ 2.ดินที่ไม่ได้ฆ่าเชื้อหรือทำลายตัวบั่ว และ 3.รถเกี่ยวข้าวที่มาจากหลายพื้นที่ อาจจะเป็นพาหะนำพาตัวบั่วมาระบาดในพื้นที่ขณะนี้ ซึ่งหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นั้น เป็นหน่วยงานสำรวจและทำข้อมูลรายงานเบื้องต้นให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลงมาช่วยเหลือแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกร” นายรัฐวุฒิชัยกล่าว

ด้านนายอุดมศักดิ์ คำมูล เกษตรจังหวัดพะเยา ได้มอบหมายให้นายนฤมิตร สมัคร หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร นายการุณย์ มะโนใจ นว.ส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และ น.ส.อัญชลี ปัญญากวาว นว.ส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ สนง.เกษตร อ.ดอกคำใต้ ลงพื้นที่สำรวจการระบาดของแมลงบั่วในพื้นที่ ต.คือเวียง ต.หนองหล่ม อ.ดอกคำใต้ และชี้แจงแนวทางการป้องกัน กำจัดให้แก่เกษตรกร ซึ่งลักษณะคือต้นข้าวอายุกว่า 2 เดือน ขาดการเจริญเติบโต และใบเริ่มมีสีเหลืองคล้ายโรคไหม้ จากการระบาดของแมลงบั่วข้าว ซึ่งตัวบั่วมีลักษณะคล้ายยุง บริเวณท้องมีสีส้ม ชาวบ้านมักเรียกอีกชื่อว่ายุงสีส้ม อาศัยกัดกินในเนื้อเยื่อเจริญของยอดข้าว ทำให้ยอดข้าวกลายเป็นหลอดหุ้มตัวหนอนแมลงบั่วไว้ คล้ายหลอดหอมต้นข้าวที่ถูกทำลายจะไม่ออกรวง การใช้สารเคมีกำจัดจึงไม่ได้ผล เพราะจะไม่ถูกตัวหนอนที่อยู่ภายใน

ขณะที่ นายนิมิตรกล่าวว่า การช่วยเหลือความเสียหายด้านการเกษตร รัฐบาล มีหลักเกณฑ์ไว้คือต้องเสียหายโดยสิ้นเชิง หรือสามารถเก็บผลผลิตได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของพื้นที่การผลิต ต้องรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา จากนั้นประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติแมลงศัตรูพืชระบาด จึงจะเข้าข่ายการช่วยเหลือ รัฐบาลได้จ่ายเบี้ยประกันภัยผ่านทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อจ่ายให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้ ซึ่งสามารถขอรับเงินชดเชยตรงนี้ได้ไร่ละ1,000 บาท

Advertisement

ส่วน น.ส.อัญชลี ปัญญากวาว นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ สนง.เกษตรอำเภอดอกคำใต้ กล่าวว่า รายงานการระบาดใน 9 ตำบล ของ อ.ดอกคำใต้ ได้ตรวจสอบและรวบรวมความเสียหายเบื้องต้น  มีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน จำนวนกว่า 500 ราย พื้นที่นาข้าวเสียหายกว่า 3,700 ไร่  โดยได้ทำรายงานให้นายเชวงศักดิ์ ใจคำ นายอำเภอดอกคำใต้ทราบ เพื่อนำเสนอต่อ ผวจ.พะเยา เพื่อทราบและประกาศให้เป็นพื้นที่พิบัติภัยแมลงศัตรูพืชระบาดต่อไป