วันที่ 5 ตุลาคม นพ.สมิต ประสันนาการ สาธารณสุข จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ยังต้องเฝ้าระวังป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ โดยตั้งแต่ 1 ม.ค.-1 ต.ค.59 ประเทศไทยพบผู้ป่วย 99,894 ราย เสียชีวิต 16 ราย ขณะที่ จ.อุดรธานี พบผู้ป่วย 354 ราย ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง เชื้อไข้หวัดใหญ่ในไทยมี 3 สายพันธุ์ คือ H1N1, H3N2 และฟูบี ถือเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว โดยเชื้อ H1N1 ตรวจพบเมื่อปี 52 ปีนั้นอุดรธานีเสียชีวิตถึง 5 ราย ในปีนี้พบผู้ป่วย 21 ราย หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ และเสียชีวิต 2 ราย
“ทั้งสองรายถูกส่งจาก รพ.อำเภอทุ่งฝน และ รพ.เพ็ญ มารักษาตัวที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี โดยรายแรก 23 ก.ย.เป็นกลุ่มเสี่ยงอายุ 75 ปี ป่วยเป็นเบาหวาน มีแผลที่เท้า และปอดบวม , รายที่สอง 29 ก.ย. อายุ 50 ปี เป็นผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอาการไตวาย ต้องล้างไตผ่านท่อ มาตรวจพบเชื้อภายหลัง เมื่อตรวจพบทีมสอบสวนและควบคุมโรค เฝ้าระวังผู้สัมผัสและใกล้ชิด 14 วัน รายแรก 17 ราย ไม่พบผู้มีอาการ รายที่สอง 10 ราย มีอาการ 2 ราย พบเชื้อเข้ารับการรักษา 1 ราย ยังอยู่ในการดูแลของแพทย์” นพ.สมิตกล่าว

สาธารณสุข จ.อุดรธานี กล่าวต่อว่า ไข้หวัดใหญ่ H1N1 ไม่ได้ร้ายแรงสามารถป้องกันและรักษาได้ อุดรธานีมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ให้กลุ่มเสี่ยงหญิงตั้งครรภ์, ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี, เด็กอายุน้อยกว่า 2 ขวบ, ผู้ป่วยเรื้อรัง 7 โรค, ผู้มีน้ำหนักเกิน 100 กก. และบุคลากรทางการแพทย์ ครอบคลุมเพียง 81 เปอร์เซ็นต์ ในช่วง มิ.ย.-ก.ค.ของทุกปี ซึ่งผู้เสียชีวิตไม่มีประวัติรับวัคซีน แต่มีปัญหาโรคอื่นแทรกซ้อน ซึ่งหากใครมีอาการป่วย มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ 2-3 วันไม่หายให้ไปพบแพทย์ และใช้หน้ากากป้องกันการแพร่ระบาด
นพ.สมิตกล่าวอีกว่า ทีมสอบสวนและควบคุมโรคจะถูกส่งไปยังพื้นที่ทันทีเมื่อมีรายงานพบผู้ป่วย สามารถควบคุมโรคในเวลาสั้นๆ อาทิ การควบคุมโรคไข้ซิกา ที่มี “ยุงลาย” เป็นพาหะสำคัญ ในปีที่ผ่านมาเกิดขึ้น 2 จุด เราควบคุมโรคได้ภายในเดือนเดียว ผู้ป่วยทุกรายหายเป็นปกติ รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ที่ตรวจพบเชื้อไข้ซิกา ก็คลองบุตรออกมาแล้ว เด็กเป็นปกติดี ไม่มีอาการสมองเล็ก

