กองปราบ-ทหาร ไล่ล่า ตัวการใหญ่ขนกัญชา 450 แท่งพบประวัติโชกโชน
วันที่ 25 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 3 กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามร่วมกับ ทหารหมวดสกัดกั้นที่ 1 ร้อย.สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ใช้รถยนต์ไล่ล่าจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด(กัญชา) ขณะขับรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน (ติดโครงเหล็กด้านหลังรถ) รุ่นบิ๊กเอ็ม สีเขียว ทะเบียนหมายเลข บท 9307 สกลนคร หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ จนท.ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงกัญชาแห้งอัดแท่งน้ำหนักประมาณ 3-500 กิโลกรัม เข้ามาส่งต่อให้ กับกลุ่มเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดชาวไทย โดยใช้รถยนต์กระบะ(มีโครงเหล็กด้านหลัง) เป็นรถยนต์ลำเลียง จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และวางแผนจับกุมร่วมกับ จนท.ชุดปฏิบัติการ ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ,ตำรวจ สภ.เซกา , ตำรวจ กก.3 บก.ปทส. และตำรวจน้ำบึงกาฬ

กระทั่งก่อนรุ่งสาง เจ้าหน้าที่รถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าว กำลังขับมุ่งหน้าไปทางถนนสาย (บึงโขงหลง-เซกา)จึงขับรถยนต์ไล่ติดตามไป ขณะติดตามพบกระสอบสีดำตกลงจากหลังรถ จึงให้ชุดสนับสนุนที่ขับตามหลังเข้าตรวจสอบ ปรากฏว่าพบเป็นกัญชาแห้งอัดแท่งห่อหุ้มด้วยกระดาษฟรอยด์อะลูมีเนียมสีเขียว ห่อหุ้มด้วยพลาสติกใสด้านนอก บรรจุอยู่ในกระสอบปุ๋ยสีขาว จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ขณะที่ชุดไล่ติดตามรถยนต์ได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ พร้อมได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถ เพื่อขอทำการตรวจค้น แต่ปรากฏว่ารถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าว ได้แสดงอาการมีพิรุธน่าสงสัย ขับรถยนต์ลักษณะส่ายไปมาตามถนน เพื่อมิให้รถยนต์ของเจ้าหน้าที่เข้าทำการสกัดกั้นและตรวจสอบ จนกระทั่งรถยนต์ต้องสงสัยเฉียวชนกับรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยิงปืนสกัดกั้นไปที่ล้อรถยนต์ต้องสงสัย เพื่อให้ทำการหยุดรถ แต่ปรากฏว่ารถยนต์ต้องสงสัย ยังได้ขับรถหลบหนีมุ่งหน้าไปทางถนนสาย (เซกา-หนองหิ้ง)

เมื่อถึงพื้นที่บ้านโชคอำนวย ต.ท่ากกแดง อ.เซกา จ.บึงกาฬ รวมระยะทางกว่า 25 กิโลเมตร คนขับเห็นท่าไม่รอดรีบจอดรถไหล่ทาง แล้วอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าสวนยางพารา เจ้าหน้าที่จึงวิ่งไล่ติดตามไปพร้อมเข้าทำการควบคุมตัวไว้ได้ ซึ่งห่างจากจุดจอดรถประมาณ 100 เมตร และคุมตัวมาตรวจค้นหลังรถกระบะ ปรากฏว่าพบกระสอบห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 9 กระสอบ และเปิดดูพบเป็นกัญชาแห้งอัดแท่งห่อหุ้มด้วยกระดาษฟรอยอะลูมีเนียมสีเขียว ห่อหุ้มด้วยพลาสติกใสด้านนอก บรรจุอยู่ในกระสอบปุ๋ยสีขาวจำนวนมาก
ทราบชื่อต่อมานายคณาวุธ หรือ วุธ สาขามุละ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 273 หมู่ที่ 4 ต.ปลาโหล อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร และให้การรับสารภาพ ก่อนเกิดเหตุตนเองได้รับการติดต่อจากนายสมเจตน์ หรือ ต้น หรือ บอล เหมะธุลิน อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 9 ต.หนองลาด อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ได้ว่าจ้างให้ตนเองเป็นคนขับรถยนต์มารับกัญชาในพื้นที่ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ให้ค่าจ้างขนกัญชาเป็นเงิน จำนวน 8,000 บาท แต่จ่ายมาก่อน 2,000 บาท ที่เหลือจะจ่ายให้เมื่อได้รับกัญชาแล้ว และนายสมเจตน์ฯ จะเป็นคนขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ด สีขาว ทะเบียนหมายเลข กบ 5484 สกลนคร นำทาง/พามารับกัญชากับกลุ่มเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ อ.บึงโขงหลง ฯ และขับสำรวจเส้นทางขนกัญชากลับไปในพื้นที่บ้านหนองลาด ต.หนองลาด อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร

เจ้าหน้าที่ จึงขยายผลไปจับกุมนายสมเจตน์ฯ ได้ที่บ้านเลขที่ 196 หมู่ที่ 8 ต.หนองลาด อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ขณะพักผ่อนอยู่กับแฟนสาว พร้อมของกลางรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ด สีขาว ทะเบียนหมายเลข กบ 5484 สกลนคร ที่ใช้นำทางและสำรวจเส้นทางให้นายคณาวุธฯ ขนกัญชา และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการตรวจสอบข้อมูลบุคคลตามหมายจับพบว่านายสมเจตน์ฯ เป็นบุคคลตามหมายจับ ศาลอาญา เลขที่ 764/2564 ลง วันที่ 1 ธันวาคม 2564 ฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 2(ฝิ่นสุก) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกันแล้ว ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม”
นายสมเจตน์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนเกิดเหตุตนเองได้รับการติดต่อจากพ่อค้ากัญชา ชาว สปป.ลาว ให้ตนเองขนกัญชาของกลางไปส่งต่อให้กับกลุ่มเครือข่ายผู้ค้ากัญชาคนไทย (ไม่ทราบชื่อ) ในพื้นที่ จ.นครปฐม ต่ออีกทอดหนึ่ง เป็นเงินจำนวน 200,000 บาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีก่อน 5,000 บาท ส่วนเงินค่าจ้างที่เหลืออยู่พ่อค้ากัญชาคนลาวจะโอนให้กับตนเองเป็นงวดๆไป จนถึงพื้นที่ปลายทางจุดนัดหมาย ส่วนเพื่อนอีกคนที่นั่งไปด้วยกันได้แยกย้ายกันหลบหนี
และรับว่าตนเองได้รับจ้างขนกัญชาให้กับกลุ่มเครือข่ายผู้ค้ากัญชาชาว สปป.ลาว ผ่านมาแล้วหลายครั้ง และรับว่าก่อนที่ตนเองจะถูกเจ้าหน้าที่ทำการจับกุม เป็นบุคคลตามหมายจับในคดียาเสพติดให้โทษในพื้นที่เขตพระประแดง จ.สมุทรปราการ และอยู่ในระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราวศาลจังหวัดสว่างแดนดิน ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และรับว่าเสพยาบ้าและยาไอซ์จริง
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มาที่หมวดสกัดกั้นที่ 1 ร้อย.สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) เพื่อทำบันทึกจับกุม/ตรวจยึด และตรวจนับกัญชาแห้งอัดแท่งของกลางรวมจำนวนทั้งสิ้น 450 แท่ง น้ำหนักประมาณ 450 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 9 ล้านบาท และแจ้งข้อหา“ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” นำส่ง พนง.สอบสวน สภ.เซกา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายการต่อไป

