วันที่ 6 ตุลาคม นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย นายชยันต์ ศิริมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อขยะเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด บริเวณพื้นที่บ้านหนองนาสร้าง หมู่ 19 ตำบลเหนือเมือง ริมถนนร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 5 กิโลเมตร โดยมี นายวัฒนพงษ์ ชิตทรงสวัสดิ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด พร้อมส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำชมพร้อมให้ข้อมูล ซึ่งเป็นปัญหาหมักหมมมานาน
นายวัฒนพงษ์ ชิตทรงสวัสดิ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด ซึ่งดูแลงานด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขยะในเนื้อที่ทิ้งขยะ 30 ไร่ของเทศบาล เก็บขยะมา 30 ปี เคยพยายามแก้ปัญหาขยะล้นพื้นที่มาโดยตลอด โดยเมื่อปี 2557 เคยมีบริษัทเข้ามาสัมปทานแก้ปัญหานำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงขายให้ภาคอุตสาหกรรม แต่ทำได้ไม่นานราคาน้ำมันลดลง จึงยกเลิกโครงการ เพราะภาคอุตสาหกรรม หันกลับไปใช้นำมันเชื้อเพลิงที่ถูกลงแทน จนกลายเป็นปัญหา ปัจจุบันมีขยะจากเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดเองมาทิ้งวันละ 60 ตัน และจากอีก 6 การปกครองท้องถิ่นมาทิ้ง 40 ตัน รวมเป็น 100 ตัน/วัน จนกลายเป็นปัญหาทำให้ขยะล้นออกมากองริมถนนและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของการใช้ถนนสายร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์
“ปัญหาการทิ้งขยะล้นถนนเกิดจากการที่มีขยะเทศบาลมาทิ้งยังไม่ได้เกรดออกจากทางเข้ากองขยะ ทำให้หน่วยงานอื่นที่เข้าไปทิ้งข้างในไม่ได้ แอบมาทิ้งริมถนนกลายเป็นปัญหา ที่ต้องแก้ไขทุกวัน ซึ่งกำลังควบคุมเฝ้าระวังแก้ไขด้วยการตั้งเวรยามเฝ้าระวังไม่ให้ทิ้งบนไหล่ถนน ในขณะเดียวกันการแก้ปัญหาระยะยาว เทศบาลได้ทำสัญญาจ้างเหมาการจัดเก็บขยะถาวร โดยได้มีการทำสัญญาจ้างเหมากับบริษัทกำจัดขยะแล้วในวงเงิน 187 ล้าน 6 แสน เข้ามาแก้ปัญหา โดยติดขัดแค่การเคลียร์สถานที่ กำหนดว่าจะดำเนินการได้ภายในไม่เกินปลายเดือนตุลาคมนี้ จะเข้ามาเริ่มดำเนินการด้านความพร้อม ซึ่งจะใช้ระยะเวลาดำเนินการตามสัญญาที่จะเสร็จสิ้น และแก้ปัญหาได้ภายในปี 2561 ต่อไป” นายวัฒนพงษ์กล่าว

นายสฤษดิ์กล่าวว่า ปัญหาขยะถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญที่ต้องเร่งจัดการขยะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนให้ความสำคัญหลังเดินทางมารับตำแหน่ง จากการรับฟังรายงานข้อมูลพบว่า เป็นปัญหาระยะยาวที่ยังไม่ได้รับแก้ไขอย่างเป็นระบบ ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องเร่งดำเนินการ พร้อมให้แนวทางการแก้ไขเฉพาะหน้า ในช่วงรอดำเนินการของผู้รับจ้างเหมาคู่สัญญา โดยเบื้องต้นต้องขนย้ายขยะด้านหน้าถนนออกไป พร้อมเปิดช่องทางให้สามารถทิ้งขยะได้ โดยไม่กระทบกับประชาชนและชุมชนโดยรอบ พร้อมแก้ขยะล้นและปรับภูมิทัศน์ด้านหน้าให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
สำหรับปัญหาการที่มีขยะจำนวนมากวันละเป็น 100 ตันนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า น่าจะมีการแก้ปัญหาขยะจากต้นทางด้วย โดยให้นโยบายว่า เทศบาลเมืองร้อยเอ็ดที่เป็นเจ้าของพื้นที่รองรับขยะที่ตนเองมีวันละ 60 ตัน น่าจะเป็นต้นแบบ จัดระบบการคัดแยกขยะให้เป็นรูปธรรม เช่น ตลาดผักก็สามารถแยกขยะออกไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นแทนที่จะขนมาทิ้ง น่าจะลดปริมาณลงได้กว่าครึ่ง และเมื่อทำได้เป็นต้นแบบแล้ว ก็ให้อีก 6 ท้องถิ่น ที่ร่วมทิ้งขยะ นำวิธีการแยกขยะก่อนทิ้งเพื่อเป็นการแก้ปัญหาแต่ต้นทางเข้ามาใช้เช่นกัน พร้อมกันนั้น ทุกภาคส่วนต้องช่วยรณรงค์ปลูกฝังให้ประชาชน ชุมชน ร่วมโครงการคัดแยกขยะ ซึ่งเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดรับเป็นเจ้าภาพหลักดำเนินงาน ให้เป็นไปตามเป้าหมายต่อไป

