หน้าแรก ภูมิภาค นครนายกเดือด ...

นครนายกเดือด ปิดถนนประท้วงขอสัญญาณไฟแดง ถามต้องให้ตายอีกกี่ศพ การทางฯแจงของบได้ช้า

8.01.22 | 14:01 น.

ชาวบ้านปิดถนนขอสัญญาณไฟแดงถนนสาย 33 ตัดใหม่


ชาวบ้านตำบลปากพลีรวมตัวปิดเส้นทางจราจรบนถนนสาย 33 ตัดใหม่ ปากพลี-ประจันตคราม บริเวณแยกโค้งปากพลี หลังชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนและเกิดความหวาดกลัวในการใช้ถนนเส้นนี้หลังจากถูกเปิดใช้ มีชาวบ้านในพื้นที่สังเวยชีวิตไปแล้วถึง 3 ศพ ร้องขอให้ติดตั้งสัญญาณไฟแดงเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสีย โดยให้ระยะเวลาในการดำเนินการภายใน 30 วัน หากไม่มีการสร้างจะออกมาชุมนุมปิดถนนอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 8 มกราคม ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลปากพลี อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก กว่า 50 คน ออกมาชูป้ายและปิดเส้นทางจราจรบนถนนสาย 33 ตัดใหม่ ปากพลี-ประจันตคราม หลังเปิดใช้งานได้ไม่นาน มีชาวบ้านในพื้นที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้วถึง 3 ราย และหนึ่งในนั้นยังตั้งสวดพระอภิธรรมอยู่ที่วัดในตอนนี้ โดยชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากถนนเส้นนี้อยู่บริเวณแยกหนองบัวขอน หมู่ 5 หมู่ 6 ซึ่งจุดนี้ชาวบ้านจะใช้เส้นทางเพื่อเดินทางไปยังตลาดและโรงพยาบาลปากพลี เดิมจุดนี้เป็นถนนที่ชาวบ้านใช้เป็นเส้นทางเข้าออกหมู่บ้าน หลังจากมีถนนตัดผ่านทำให้เกิดเป็นสี่แยก ก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ชาวบ้านบาดเจ็บและเสียชีวิตอยู่ตลอด จึงออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาแก้ไข โดยเรียกร้องให้ติดตั้งสัญญาณไฟแดง โดยเมื่อ 3 วันก่อน พึ่งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกชนกับรถกระบะของชาวบ้านทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งเหตุการณ์ล่าสุดกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ชาวบ้านหมดความอดทน และไม่อยากให้เกิดการสูญเสียของคนในชุมชน หรือแม้กระทั่งผู้ใช้เส้นทางอีกต่อไป จึงได้ตัดสินใจรวมตัวประท้วงปิดถนนเพื่อเรียกร้องและรักษาสิทธิให้กับตัวเองและชุมชน รวมไปถึงผู้ใช้ถนนเส้นนี้ให้ได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

Advertisement

นายสมพงษ์ สายทอง นายก อบต.ปากพลี บอกว่า ถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้น 33 ตัดใหม่ จากตำบลปากพลี จังหวัดนครนายก ถึงตำบลประจันตคราม จังหวัดปราจีนบุรี เดิมอยู่ในแขวงทางหลวงปราจีนบุรี แต่เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564 ได้โอนย้ายมาให้แขวงนครนายกเป็นผู้ดูแล โดยวันนี้ที่ชาวบ้านในพื้นที่ออกมาชูป้าย เรียกร้องเพื่อต้องการให้สร้างไฟแดงที่สี่แยกนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาตั้งแต่เปิดใช้เส้นทาง ที่แยกนี้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติบนท้องถนนแล้วถึง 3 ราย และเมื่อนับอุบัติเหตุตลอดทั้งสาย ตั้งแต่อำเภอปากพลีไปจนถึงอำเภอประจันตคราม มีมากกว่า 20 ชีวิตที่เสียชีวิตบนถนนสายนี้ ซึ่งพึ่งเปิดใช้มาเพียงระยะเวลาไม่นาน

ที่ผ่านมาชาวบ้านได้เรียกร้องไปยังแขวงการทางปราจีนบุรี ซึ่งแต่ก่อนนั้นอยู่ในความผิดชอบ แต่หลังจากนั้นได้โอนย้ายมาให้แขวงทางหลวงนครนายกรับผิดชอบ ทั้งนี้ชาวบ้านทราบว่าแขวงทางหลวงนครนายกไม่มีอำนาจที่จะสามารถติดตั้งไฟสัญญาณไฟแดงได้ ผู้ที่มีอำนาจในการอนุมัติสร้างได้ต้องผ่านระดับกรม กระทรวงเป็นผู้อนุมัติ ทำให้ชาวบ้านเกิดความกังวลใจว่าจะได้สัญญาณไฟแดงมาติดที่แยกนี้ได้เมื่อไหร่ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต้องออกมาเรียกร้องสิทธิให้กับคนในชุมชน ซึ่งหากมีการติดตั้งสัญญาณไฟแดงชาวบ้านเชื่อว่าจะสามารถลดการเกิดอุบัติเหตุการเกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิต ได้เกือบ 100%

นายสมโภช สะสิพงษ์อนันต์ รองผู้อำนวยการแขวงปฏิบัติการ กรมทางนครนายก เป็นตัวแทนมารับเรื่องชาวบ้าน บอกว่า ถนนสายนี้เพิ่งยกให้แขวงนครนายกเข้ามาดูแลได้เพียง 2 เดือน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นทางแขวงได้มีหมวดในพื้นที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่อยู่แล้ว และรับทราบถึงปัญหาแล้วว่าปัญหามีอะไรบ้าง แต่อยากขอชี้แจงว่า การของบประมาณของทางหลวงมันช้ามาก ต้องขอปีนี้และไปทำในอีก 2 ปีข้างหน้า ไม่ใช่ขอเดือนนี้ได้เดือนหน้า ทีนี้ขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งไฟแดง มีอยู่ 3 หลักการ 1.ความเหมาะสม ว่าสภาพแวดล้อมทั่วไปเหมาะสมที่จะสร้างหรือไม่ ซึ่งตนมองดูแลเหมาะสมด้วยสภาพตำแหน่ง 2.เรื่องงบประมาณ ที่ยังเป็นปัญหาอยู่ว่าจะเอาจากส่วนไหนมาทำให้เร็วที่สุด 3 การอนุมัติตัดสินใจจากผู้มีอำนาจ ดังนั้นในส่วนของตนนั้นเป็นเพียงหางแถวก็จะทำได้ในส่วนที่สามารถทำได้ในตอนนี้ คือ นำเสนอไปเป็นขั้นตอน แต่หลังจากนี้จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การประชุมคณะประชุมกับทางจังหวัดนครนายก ซึ่งจะมีหลายฝ่ายอยู่ในคณะ ถ้าทุกฝ่ายชี้ชัดว่าพื้นที่จุดนี้สมควรทำตรงนี้คือขั้นที่ 1 ของการดำเนินการ ส่วนงบประมาณทางจังหวัดคงหาได้ไม่ยาก เพราะการสร้างไฟแดงจุดนี้เท่าที่ดูจะต้องมีการปรับปรุงถนนและอีกหลายอย่างไม่ใช่การนำสัญญาณไฟมาปักแล้วใช้ได้เลยนั้นไม่ใช่เพราะจะเกิดอันตราย ซึ่งจะต้องมีสัญญาณไฟที่เพิ่มขึ้น ไฟฟ้าต้องเพิ่มขึ้น ป้ายจราจร ปรับปรุงผิวจราจร งบประมาณไม่ต่ำกว่า 3 ล้าน ดังนั้นจึงต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณา ตอนนี้แขวงเห็นด้วยในการติดตั้งไฟจราจร 80% แต่ขาดอีกหลักการคือต้องให้วิศวกรลงมาดูพื้นที่ว่าจะต้องมีการปรับปรุงหรือทำอะไรเพิ่มบ้าง แต่ปัญหาหลักคืองบประมาณ เนื่องจากแขวงนครนายกพึ่งได้รับช่วงต่อมาเพียง 2 เดือน

ขณะที่เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2565 ได้มีบันทึกการประชุม โดยมีนายปรีชา ดิลกพรเมธี นายอำเภอปากพลี พ.ต.อ.นิเทศ สุดชารี ผกก.สภ.ปากพลี นายจิระ แขวงการทางนครนายก นายสมพงษ์ สายทอง นายก อบต.ปากพลี ได้ร่วมประชุมดำเนินการการเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแยกท่ากว้าง โดยจะดำเนินการทำป้ายเตือนที่ถนนให้ระวังหรือลดความเร็ว มีสี่แยกข้างหน้า / ปรับตำแหน่งติดตั้งไฟกะพริบสีเหลือที่ถนนให้มีระยะตามหลักวิศวกรรมจราจร หรือให้มีระยะที่ให้ชะลอความเร็วได้ก่อนถึงแยก / ติดตั้งกรวยยางล้มลุกบริเวณแยก / ก่อสร้างหูช้างที่มุมทั้ง 4 ด้านของแยก เพื่อให้รถได้เลี้ยวได้ปลอดภัย / ยกระดับถนนสายเก่าที่เชื่อมต่อกับสายใหม่ทั้งสองด้านให้อยู่ในระดับเดียวกัน / ดำเนินการติดตั้งสัญญาณไฟเขียว ไฟแดง บริเวณสี่แยก โดยแขวงการทางจะส่งเจ้าหน้าที่มาเก็บข้อมูลให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 14 มกราคม 2565 และขอความคืบหน้าการก่อสร้างถนนสายใหม่เป็น 4 เลน โดยทั้งหมดนี้ แขวงการทางเป็นผู้รับผิดชอบ ด้าน สภ.ปากพลี จะเข้ามาดูแลในเรื่องติดตั้งไฟหมุนบริเวณแยก / จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือ อปพร. อำนวยความสะดวกด้านขราจรที่แยกด้าน อบต.ปากพลี เข้ามาติดตั้งไฟส่องสว่างบริเวณแยกและทาง อบจ.นครนายก เข้ามาซ่อมแซมไฟกะพริบสีเหลืองที่ถนนสายเก่าให้ใช้งานได้