เปิดใจ! นาทีสาวเมาใช้รองเท้าตบหน้า-‘รู้ไหมกูลูกใคร’ ตร.ลั่นตนไม่โกรธ พยายามใจเย็น
เมื่อวันที่ 8 มกราคม จากกรณีโซเชียลแห่แชร์คลิปสาวขับเบนซ์ป้ายแดงเมา และถอดรองเท้าตบหน้าตํารวจ ที่สำคัญยังขู่ตำรวจด้วยว่า “รู้ไหมกูลูกใคร” จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เหตุเกิดวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา
ล่าสุด ที่ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ด.ต.กิตติธัช พันสำโรง ผบ.หมู่งานจราจร เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กรณีถูกสาวขับเบนซ์ป้ายแดงเมา ใช้รองเท้าตบหน้า
เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ที่ผ่านมา เวลา 21.40 น. รับแจ้งเหตุรถยนต์ขับย้อนศร บริเวณถนนลำลูกกา ข้างสนามกีฬาธูปเตมีย์ และมีอาการคล้ายเมาสุรา จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบรถเบนซ์สีขาว จอดสวนเลน หันหน้าเข้ารถกระบะ ซึ่งคนขับรถเบนซ์เป็นผู้หญิง อยู่ในอาการมึนเมา ลงมาต่อว่ารถกระบะ และทุบรถกระบะ โดยมีชาวบ้าน 3-4 คนที่เห็นเหตุการณ์ช่วยกันห้ามไว้ แต่เธอก็ไม่ยอมฟัง ด่ากราดทุกคน และจะเข้าไปทำร้ายคนที่มาห้ามอีก
ตอนนั้นตนพยายามควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ ไปวัดค่าแอลกอฮอล์ เพราะพยายามขับรถหลบหนี แต่ไม่สามารถ สตาร์ตรถได้ หญิงคนดังกล่าวจึงลงมาจากรถและขู่ “รู้ไหมกูลูกใคร” แถมด่าหยาบคาย ซ้ำยังใช้รองเท้า ตีเข้ามาที่หน้า แต่ตนใช้มือบังได้ทัน เลยโดนเข้าที่แขนเต็มๆ ได้รับบาดเจ็บฟกช้ำเล็กน้อย
ในตอนนั้นมีตำรวจ สายตรวจ สภ.คูคต และตำรวจจราจรกลาง ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาพอดี จึงช่วยกันควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ ไปที่โรงพัก เมื่อตรวจวัดค่าแอลกอฮอล์ พบอยู่ที่ 170 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด
จากนั้นหญิงคนดังกล่าวดิ้น ไม่ยอมตรวจ ATK หาเชื้อโควิดอีก ตำรวจต้องใช้ช่วยกันจับถึง 3 นาย ถึงจะสามารถตรวจได้ ซึ่งผลการตรวจไม่พบเชื้อโควิด คืนนั้นทางตำรวจพยายามติดต่อญาติผู้ต้องหา แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ผู้ต้องหาจึงนอนคุก 1 คืน
จนกระทั่งวันที่ 1 มกราคม 2565 ตำรวจแจ้ง 4 ข้อหา ตามคดีอาญาที่ 1/2565 ประกอบด้วย 1.ขับขี่รถในขณะเมาสุรา 2.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย 3.ทำร้ายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ 4.ทำให้เสียทรัพย์ จากนั้นเพื่อนของผู้ต้องหามาประกันตัวออกไป ซึ่งก็ไม่ได้พูดขอโทษอะไร
ด.ต.กิตติธัชกล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถูกสาวขับเบนซ์ป้ายแดงเมา ถอดรองเท้าตบหน้า ตนไม่ได้โกธร เพราะคิดว่าเขาเมา ก็พยายามไม่ปะทะอะไร แม้เขาจะพยายามปะทะตลอด แต่เราก็หลบเลี่ยง ได้แต่ใช้มือป้องกันตัวเอง ฝากถึงตำรวจเจอเหตุการณ์แบบนี้ พยายามใจเย็น อย่าไปตอบโต้
ขอบคุณที่มา : ข่าวสด

