ทัพเรือภาค 2 เผยเรือปริศนาไร้มนุษย์จมหายในทะเลแล้ว หลังพบรอยรั่วขนาดใหญ่
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 9 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ที่ทัพเรือภาค 2 ได้ออกลาดตระเวนตามหาเรือไร้สัญชาติลอยกลางทะเล ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2565 เวลา 23.00 น. ที่เรือ ต.113 ตรวจพบเรือชื่อ FIN SHUL YUEN 2 ซึ่งมีลักษณะเป็นเรือสินค้าความยาว 80 เมตร เป็นเรือเหล็กเก่าไม่ได้ใช้งานมานาน ไม่มีสมอ โซ่สมอ ไม่มีลูกเรือพักอาศัยอยู่ ไม่มีหมายเลขทะเบียนเรือและเอกสารใดๆ ในเรือ และสภาพในระวางท้องเรือมีน้ำท่วมสูงเรือเอียง 35 องศา ซึ่งศูนย์อำนวยการรักษาประโยชน์ของชาติทางทะเลได้บูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ก็ไม่พบทะเบียนเรือหรือเจ้าของเรือแต่อย่างใด (อ่านข่าว ผงะ! พบเรือปริศนาไร้มนุษย์ ลอยลำกลางทะเลใกล้แท่นขุดเจาะน้ำมัน)
พลเรือโทสุนทร คำคล้าย ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทัพเรือภาคที่ 2 ร่วมกับศูนย์อำนวยการผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 ในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในการนำเรือกลับเข้าฝั่ง ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2565 โดยได้นำเรือ ต.113 เข้าเทียบเรือเพื่อสูบน้ำออกจากเรือมาตลอดและได้ส่งเรือหลวงตาปี เข้ารับช่วงต่อในการดูแลสูบน้ำ และอุดปะค้ำจุนรอยรั่วในตัวเรือที่ตรวจพบ หลังจากสูบน้ำลดลงเหลือประมาณ 1.5 เมตรจากท้องเรือ พบรอยรั่วขนาดใหม่เป็นรอยฉีกขาดของตัวเรือความยาวประมาณ 3 ฟุต และรอยรั่วลักษณะเป็นรูพรุนพื้นที่ขนาด 1 ตารางเมตร อยู่ในระดับแนวน้ำในเรือ ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะมีรอยรั่วอื่นๆ อีก เนื่องจากยังคงมีน้ำเข้าตัวเรืออยู่ตลอดเวลา และการค้นหารอยรั่วทำให้ลำบาก เนื่องจากสภาพคลื่นลมแรงเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน อีกทั้งใต้ท้องเรื่อยังมีน้ำที่ปะปนน้ำมันส่งกลิ่นเหม็นตลอดเวลา เรือหลวงตาปีได้ประคองเรือไร้สัญชาติมาตลอดทาง พร้อมส่งเรือหลวงหลีเป๊ะ ซึ่งเป็นเรือลากจูงขนาดใหญ่เข้าไปสมทบ



ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 กล่าวอีกว่า เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 8 มกราคม เรือดังกล่าวได้จมลงสู่ก้นทะเล บริเวณ แลต 9 องศา 04.1 ลิปดาเหนือ ลอง 100 องศา 24.0 ลิปดาตะวันออก หรือในแบริ่ง 090 ระยะ 28 ไมล์จากฝั่งอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช บริเวณจุดที่เรือจมน้ำมีความลึก 30 เมตร จึงได้สั่งการให้ทัพเรือภาคที่ 2 ส่งเรือหลวงท้ายเหมืองพร้อมเจ้าหน้าที่ประดาน้ำ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ เจ้าหน้าที่ EOD รวม 10 นาย ออกไปเพื่อปฏิบัติการค้นหาเรือที่จมอยู่ใต้น้ำ ทำการผูกทุ่นแสดงจุดที่เรือจม ตรวจสอบลักษณะของเรือที่จมที่อาจจะส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือ คาดว่าเรือจะถึงจุดที่เรือจมในเวลา 11.00 น. วันนี้

นอกจากนี้เรือหลวงตาปีได้เฝ้าสังเกต ติดตามคราบน้ำมันที่ออกมาจากเรือ พบคราบน้ำมีลักษณะเป็นเหมือนแผ่นฟิล์มบางๆ มีความกว้างประมาณ 500 หลา ซึ่งในส่วนนี้ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 2 ได้สั่งการให้ ศรชล.จังหวัดนครศรีธรรมราช ติดตามประเมินผล และเตรียมการบูรณาการหน่วยงานในโครงสร้าง ศรชล. ในการขจัดคราบน้ำมันเพื่อไ่ม่ให้ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

