วันที่ 7 ตุลาคม 2559 เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ชั้น 1 ศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง เครือข่ายประชาชน เพื่อรัฐสวัสดิการ กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ จ.ลำปาง ได้นำหนังสือเรื่องขอให้ยกเลิกการนำเงิน 60,000 ล้านบาทไปซื้อประกันสุขภาพของข้าราชการ และขอให้ยกเลิกการใช้เงิน 800 ล้านบาทไปซื้อประกันอุบัติเหตุให้ประชาชน 8 ล้านคนที่ขึ้นทะเบียนคนจนมายื่นต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง เพื่อส่งผ่านไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีนายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ลงมารับหนังสือครั้งนี้
โดยผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชน เพื่อรัฐสวัสดิการ และกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ได้ระบุการยื่นหนังสือครั้งนี้ว่า หากรัฐบาลนำงบประมาณดังกล่าวไปใช้จริง จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำต่อประชาชนชาวไทยที่เหลืออีกกว่า 60 ล้านคนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือด้านสาธารณสุขอย่างเต็มที่ โดยกรณีซื้อประกันสุขภาพของข้าราชการ 60,000 ล้านบาท ถือเป็นการดำเนินการที่ไม่สอดคล้อง และขัดแย้งกับมาตรา 9 และมาตรา 66 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และขัดต่อความเป็นธรรมให้กับประชาชนในการจัดระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ที่สำคัญ การซื้อประกันสุขภาพภาคเอกชนของข้าราชการ ทำให้งบประมาณส่วนใหญ่ตกอยู่กับโรงพยาบาลเอกชน ย่อมส่งผลต่อฐานะทางการเงินการคลังของโรงพยาบาลรัฐแน่นอน ด้านการนำงบประมาณไปซื้อประกันอุบัติเหตุให้กับประชาชนคนจนก็เช่นกัน บริษัทประกันได้รับประโยชน์แน่นอน แต่ความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณถือว่าไม่คุ้มทุน หากเทียบกับความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถที่จะได้มากกว่าด้วยซ้ำ
ดังนั้น ทางเครือข่ายทั้งใน จ.ลำปางและในจังหวัดทางภาคเหนือจึงได้พร้อมใจกันเข้ายื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมของแต่ละจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคเหนือพร้อมกันวันนี้ เพื่อขอให้ส่งผ่านหนังสือไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาในเรื่องดังกล่าวให้ดี และขอให้ใช้งบประมาณดังกล่าว 26,000 ล้านบาทไปพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้มีประสิทธิภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม จัดระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอย่างเสมอภาคให้กับคนไทยทุกคน ซึ่งเชื่อว่างบประมาณดังกล่าวนั้นจะทำให้คนไทยทุกคนได้รับการดูแลรักษาทุกโรคอย่างเหมาะสม มีคุณภาพมาตรฐาน และเพียงพอสำหรับทุกคน
โดยทางเครือข่ายประชาชน เพื่อรัฐสวัสดิการ กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ จ.ลำปาง มองว่างบประมาณดังกล่าวมาจากภาษีของประชาชน และอยากให้นำงบไปกระจายในระบบที่จะช่วยเหลือผู้คนได้ทั่วประเทศและอย่างครอบคลุม โดยได้ยกตัวอย่างกรณีโรงพยาบาลชุมชน หรือที่เรียกว่าโรงพยาบาลประจำอำเภอใน จ.ลำปาง ขาดทุนและบัญชีการเงินอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างหนักตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านั้น ที่ได้กระทบต่อโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลที่ไม่สามารถจะบริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนได้อย่างเต็มที่จากโรงพยาบาลชุมชนซึ่งเป็นโรงพยาบาลแม่ข่าย ประสบปัญหาวิกฤตการเงิน ซึ่งไม่ต่างจากหลายๆ โรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดอื่นๆ ที่ประสบปัญหาเช่นกัน ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลนำงบมาช่วยเหลือในจุดนี้จะดีกว่า เพื่อให้ระบบในการรักษาของแต่ละโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลตำบลมีศักยภาพในการให้บริการรักษาประชาชนอย่างเต็มที่


