แม่โพสต์เศร้า! ลูกช็อกหน้าซีด พยาบาลนั่งเล่นมือถือ สุดท้ายเสียชีวิต ผอ.รพ.ตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริง

แม่โพสต์เศร้า! ลูกช็อกหน้าซีด พยาบาลนั่งเล่นมือถือ สุดท้ายเสียชีวิต ผอ.รพ.ตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริง

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์รูปภาพพร้อมข้อความเล่านาที สูญเสียลูกน้อยหลังจากป่วยเข้าโรงพยาบาล พร้อมกับสิ่งที่คาใจ เนื่องจากตอนแรกได้พาไปหาหมอแล้ว โดยวินิจฉัยว่า ลำไส้อักเสบ และได้สั่งแอดมิต 1 คืน ก่อนจะให้กลับบ้านแต่อาการเริ่มทรุด สุดท้ายลูกเสียชีวิต โดยแม่ได้เปิดเผยพฤติกรรมของพยาบาลด้วย จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

โดยแม่เล่าผ่านเฟซบุ๊กระบุข้อความว่า ” 09/01/65 ในคืนวันพุธกลางดึก ณิชาอวกหลายรอบ ประมาณ 8 ครั้ง จนเช้าวันพฤหัสพาลูกไปหาหมอที่ รพ. เบื้องต้นหมอแจ้งว่า ลำไส้อักเสบสั่งแอดมิต ไป 1 คืน เจาะเลือดไปตรวจ แต่ไม่ได้แจ้งว่า ลูกเราเป็นอะไร จนเช้าวันศุกร์ อาการอวกเริ่มดีขึ้น หมอสั่งกลับ ณิชาเริ่มสดใส เล่นกับพี่ได้ปกติ

พอถึงวันเสาร์อาการเหมือนมีไข้ต่ำๆ ดูอาการเช็ดตัวให้ทั้งวัน จึงตัดสินใจพาไป รพ.อีกที แต่ไม่ได้รับการตรวจอะไรเลย ได้มาแค่ยาพาราขวดเดียว ทั้งๆ ที่เราเอ่ยปากขอยาฆ่าเชื้อได้มั้ยหมอ แต่คำตอบคือ ไม่ให้ ไม่จำเป็นต้องกิน มันจะหายเองภายใน 7 วัน พอกลับถึงบ้านก็เอายาที่หมอให้เอาให้ลูกกินก่อนนอน ดูอาการตลอดจนถึงเช้า

จนถึงเช้าวันอาทิตย์ที่ 9 ตัวไม่ร้อนแล้ว ไข้หาย แต่ลูกมีอาการซึม ไม่ค่อยพูด มีแต่นอน จนรู้สึกว่าลูกน่าจะไม่ดีขึ้น เพราะณิชาหายใจเร็ว คิดในใจว่าลูกอาจจะเป็นหอบ แต่ก็ไม่แน่ใจ เพราะณิชาไม่เคยเป็น ณิชาเหนื่อยมากยืนเองไม่ไหวมีแต่จะนอนรีบพาไป รพ. ระหว่างทางณิชาช็อกจนหมดสติ ยายเป็นคนอุ้มณิชา เราเป็นคนขับรถ เรารีบขับเพื่อที่จะพาลูกถึงมือหมอให้เร็วที่สุด

Advertisement

ยายรีบอุ้มเข้าห้องฉุกเฉิน แต่… ไม่ได้รับการช่วยเหลือเลย มาดูแค่ว่าเด็กเป็นอะไร รู้ว่าเด็กมันช็อกหน้าซีดมันไม่ไหวแล้ว สิ่งที่เห็นคือ ไม่มีใครมาสนใจลูกเรา พยาบาลนั่งกินขนมก้มเล่นโทรศัพท์ เรากับแม่ขอร้อง ช่วยลูกหนูหน่อย มาดูให้หน่อย เด็กมันไม่ไหวแล้ว
พยบ//จะให้ทำไงล่ะ จะให้ช่วยไงล่ะ !!!

ในใจตอนนั้นโกรธมาก อยากให้เป็นลูกมันบ้าง จะรู้สึกยังไง รอไปเกือบ 30 นาที หมอถึงมาดู พยาบาลถึงมารุมเสียบเข็ม เจาะเลือด เราจับมือลูกไว้ตลอด กระซิบข้างหู ณิชาแม่อยู่นี่ ไม่เป็นไรนะลูก อดทนนะคนเก่ง หนูต้องหาย หนูต้องอยู่กับแม่ แต่ลูกก็อาการแย่ลง หอบขึ้น 60 ออกซิเจนต่ำ

หมอเลยถามว่า จะใส่เครื่องช่วยหายใจแล้วส่งยโส ในตอนนั้น เราคิดแค่ว่า จะทำทุกทาง ยอมทุกอย่างขอแค่ลูกหาย จนหมอเอาเข้าห้องเพื่อใส่ท่อ เราเข้าไปไม่ได้ ได้แค่ยืนรอหน้าห้อง ยืนฟังเสียงลูก เข้าไปได้สักพักได้ยินเสียงร้องเหมือนจะขาดใจ เสียงร้องที่มันเจ็บแบบทรมาน เสียงร้องณิชา 3 ครั้งแล้วก็เงียบไป…

สักพักหมอเดินมาบอก คุณแม่ครับ ในขณะที่หมอพยายามใส่เครื่องช่วยหายใจหัวใจน้องหยุดเต้น ตอนนี้กำลังพยายามปั๊มหัวใจอยู่ ตอนนั้นหน้าชา หูอื้อ เหมือนหัวใจมันแตกสลาย จนสุดท้ายหมอเรียกญาติไปดูลูก หมอถอดสายทุกอย่างออกต่อหน้าเรา ตอนนั้นมันจุก มันเจ็บในใจ ได้แต่กอดร่างที่ไร้วิญญาณ มันเจ็บปวด ทุกอย่างมันมืดไปหมดเลย

สิ่งที่หมอบอกหลังลูกตายคือ น้องปอดติดเชื้อ หัวใจล้มเหลว เราพูดกับหมอว่า ลูกหนูเป็นขนาดนี้ทำไมวันนั้นสั่งกลับ ขอยาฆ่าเชื้อทำไมไม่ให้ มาตั้งหลายรอบทำไมไม่ตรวจ ทำไมปล่อยให้ลูกเรานอนรอความตาย แม่ขอโทษนะณิชา หนูคงเจ็บ คงทรมาน แม่ขอโทษ ขอโทษที่ดูแลไม่ได้ พาหนูเติบโตไปกว่านี้ไม่ได้ ถ้ายังมีวาสนาต่อกัน กลับมาเกิดเป็นลูกแม่อีกนะณิชา

ทั้งนี้ หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจคุณแม่เป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของแพทย์และพยาบาลด้วย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 4 ต.บุ่งค้า อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ซึ่งเป็นบ้านที่ใช้จัดงานศพน้องณิชา อายุ 2 ปี 2 เดือน โดยภายในบ้านมี น.ส.สุนันทา ไตรยวงศ์ อายุ 22 ปี แม่ของน้องณิชา ผู้เสียชีวิต และญาติอยู่ในความโศกเศร้าเพื่อรอไปเก็บกระดูกของผู้เสียชีวิตในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งภายในบ้านมีเจ้าหน้าที่จาก รพร.เลิงนกทา จำนวน 2 คน เข้ามานั่งคุยกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต

จากนั้นญาติของน้องณิชาออกมาปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์เนื่องจากครอบครัวยังไม่สามารถทำใจได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น

ขณะที่ นพ.เจนวิทย์ เวชกามา ผอ.รพร.เลิงนกทา เปิดเผยรายละเอียดเหตุการณ์เคส เด็กหญิง 2 ปี ที่เสียชีวิตว่าเมื่อวันที่ 6 ม.ค.65 เวลาประมาณ 10.00 น. มารดาและยายพาผู้ป่วยมาตรวจที่โอพีดีเด็ก ด้วยอาการอาเจียน 11 ครั้ง ถ่ายปกติ เป็นมา 10 ชั่วโมง แพทย์วินิจฉัย กระเพาะอาหารอักเสบ ให้นอน รพ. และแพทย์สั่งให้น้ำเกลือ ให้ยาแก้อาเจียนทางเส้นเลือด เจาะเลือดตรวจการติดเชื้อ ผลการตรวจเลือด กระเพาะ
อาหาร และลำไส้อักเสบจากไวรัส ขณะนอน รพ.ไม่มีไช้ มีถ่ายเหลว 1-2 ครั้ง ไม่มีอาเจียน

ต่อมาวันที่ 7 ม.ค.65 เวลา 10.00 น. แพทย์มาตรวจ สอบถามอาการจากมารดา บอกว่าไม่อาเจียน กินได้ เล่นได้ แพทย์จึงให้กลับบ้าน ให้เกลือแร่ ยาขับลม และยาแก้อาเจียน กลับบ้าน

วันที่ 8 ม.ค.65 เวลาประมาณ 20.00 น. กลับมาที่ห้องฉุกเฉินอีกครั้ง กังวลเรื่องว่ามีไข้ อาการถ่ายเหลว อาเจียนดีขึ้น วัดไข้ไม่มีไข้ ตรวจร่างกายปกติ จึงให้ยาลดไข้กลับบ้าน

วันที่ 9 ม.ค.65 เวลา 15.15 น.มารดาและยายพามา รพ.อีกครั้ง ด้วยอาการหายใจหอบ ซึม เริ่มมีอาการตั้งแต่ 07.00 น.ขณะขับรถมา รพ. ผู้ป่วยมีอาการชัก เกร็ง ประมาณ 2 นาที มาถึงห้องฉุกเฉิน ผู้ป่วยหลับ หายใจเร็ว วัดระดับออกซิเจนในเลือดต่ำกว่าค่าปกติ

เวลา 15.30 น. รายงานแพทย์เวรห้องฉุกเฉิน พร้อมให้ออกชิเจนผ่านทางหน้ากากออกซิเจน ประเมินระดับออกซิเจนดีขึ้น หายใจหอบลดลง จาก 60 ครั้ง เป็น 40 ครั้ง ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ ในขณะนั้นมีผู้ป่วยนอนรอตรวจในห้องฉุกเฉิน ได้แก่ ผู้ป่วยชัก 2 ราย อุบัติเหตุศีรษะแตก 1 ราย ช็อกความดันตก 1 ราย หัวใจล้มเหลว 1 ราย หอบหืดกำเริบ 1 ราย, เวลา16.00 น. แพทย์ตรวจร่างกายพร้อมสั่งเจาะเลือด และโทรปรึกษากุมารแพทย์ รพ.ยโสธร เนื่องจากหายใจเร็ว หอบ เอกซเรย์ปอด พบการติดเชื้อ ใส่ท่อช่วยหายใจและส่งตัวมารักษาต่อที่ รพ.ยโสธร, เวลา 16.32 น. ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น จึงได้ช่วยปั๊มหัวใจ 30 นาที อธิบายมารดาเรื่องเด็กหัวใจหยุดเต้น และเสียชีวิตเวลา 17.02 น.และสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากระบบหายใจล้มเหลว จากปอดติดเชื้อ

นพ.เจนวิทย์กล่าวต่อว่า หลังจากการเสียชีวิต รพร.ได้การดำเนินการหลังเด็กเสียชีวิตดังนี้ วันที่ 9 ม.ค.65 เจ้าหน้าที่ รพ.เข้าดูแลช่วยเหลือที่ห้องฉุกเฉิน และได้ร่วมนำส่งศพ โดยรถโรงพยาบาล พร้อมแม่และยาย ,วันที่ 10 ม.ค.65 แพทย์และพยาบาล ร่วมพิธีเผาศพและช่วยดูแลจิตใจญาติ วันที่ 11 ม.ค.65 เจ้าหน้าที่ รพ. ร่วมพิธีทำบุญกับทางครอบครัวผู้เสียชีวิต และตนยังได้พูดคุยกับแม่ของน้องผู้เสียชีวิตเป็นการส่วนตัวแล้วโดยพร้อมที่จะดูแลและช่วยเหลือผู้สูญเสีย

นอกจากนี้ ตนยังได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยทราบว่าผู้สูญเสียได้โพสต์เฟซบุ๊กเพื่อต้องการระบายต่อการสูญเสียครั้งนี้

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image