เศร้า! พี่ใหญ่แห่งป่าสลักพระ เหยื่อกระบะพุ่งชน ล้มแล้ว

เศร้า! พี่ใหญ่แห่งป่าสลักพระ เหยื่อกระบะพุ่งชน ล้มแล้ว

 

ความคืบหน้ากรณีเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ช้างป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ถูกรถกระบะพุ่งชนได้รับบาดเจ็บขาหน้าด้านขวาหัก หลังเกิดเหตุช้างป่าตัวดังกล่าวได้เดินเขยกหนีเข้าไปในผืนป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระนั้น

หลังเกิดเหตุ นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พร้อมด้วย นางสาวลักษณา ประสิทธิชัย นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ นางสาวกนกวรรณ ตรุยานนท์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดผลักดันช้างป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ได้ออกติดตามหาเพื่อวางแผนในการรักษาด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ Amoxicillin + Clavulanic acid ครั้งละ 20 เม็ด และยาลดการอักเสบ Iblrofen ครั้งละ 35 เม็ด ยัดใส่เข้าไปในกล้วย สับปะรด และขนุน เพื่อให้ช้างได้กิน โดยนำไปวางไว้ทั้งหมด 2 จุด จุดแรกที่บริเวณบ่อน้ำเจดีย์พุขนาย และบริเวณป่าหัวพุขนายที่อยู่ห่างจากกันประมาณ 1 กิโลเมตร ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว

Advertisement

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ม.ค.65 นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ได้รายงานให้ นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ผู้บังคับบัญชาให้ทราบว่า ช้างป่าที่บาดเจ็บเนื่องจากประสบอุบัติเหตุรถกระบะชน บนถนนสาย 3199 เส้นทางกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ หมู่ 2 ต.วังดง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี  เป็นช้างเพศผู้ อายุประมาณ 30 ปี

จากการติดตามของคณะสัตวแพทย์สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ได้พบช้างตัวดังกล่าว นอนอยู่ในบริเวณลำห้วยแห้ง ป่าพุขนาย ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ทีมงานสัตวแพทย์ จึงได้สังเกตอาการพบว่า ช้างน่าจะบาดเจ็บที่ขาแล้วเกิดอาการอักเสบรุนแรงไม่สามารถทรงตัว จึงให้น้ำเกลือ และฉีดยาแก้อักเสบรักษาอาการปวดให้ พร้อมทั้งให้น้ำตลอดเวลา
แต่อย่างไรก็ตาม ต่อมาเวลาประมาณ 15.50 น. ช้างป่าตัวดังกล่าวเกิดอาการกระตุกขึ้นมา และได้เสียชีวิตลงแล้ว การเสียชีวิตของช้างป่าตัวดังกล่าวคณะสัตวแพทย์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตวป่าสลักพระต่างก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เชื่อว่าหากประชาชนทั่วไปทราบข่าวก็คงจะเสียใจเช่นกัน

โดยหลังจากที่ช้างได้เสียชีวิตลง จึงได้นิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีทางศาสนา เพื่อให้ช้างป่าไปสู่ภพภูมิที่ดี หลังจากนั้นคณะสัตว์แพทย์จะการผ่าพิสูจน์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตของช้าง อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะนำรถแบ๊กโฮ เข้ามาขุดหลุมเพื่อฝังร่างของช้างป่าต่อไป” นายไพฑูรย์กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image