ชมพันโขดแสนไคร้ ‘แกรนด์แคนยอน’ หนองคาย โผล่หลังน้ำโขงลด นักท่องเที่ยวแห่ล่องเรือไปสัมผัสต่างบอกสวย

น้ำโขงลดต่ำ ชาวบ้านรวมตัวให้บริการล่องเรือชมพันโขดแสนไคร้ โขดหินนับพันๆ ก้อนที่โผล่พ้นน้ำโขงสวยงาม อย่างใกล้ชิด ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการความปลอดภัย ต้องใส่เสื้อชูชีพทุกคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่จังหวัดหนองคายลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้ (16 ม.ค. 65) ระดับน้ำโขงวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ มีระดับอยู่ที่ 1.12 เมตรเท่านั้น ซึ่งจากการที่น้ำโขงมีระดับต่ำ ทำให้มองเห็น “พันโขดแสนไคร้” ที่เป็นโขดหินที่โผล่ขึ้นจากแม่น้ำโขง ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่นับพันๆ โขด ตั้งแต่เขตบ้านห้วยค้อ, บ้านหนอง, บ้านภูเขาทอง, บ้านม่วง และบ้านตาดเสริม ต.บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย เป็นบริเวณกว้างประมาณ 300 เมตร ระยะทางยาวตามแม่น้ำโขงมากกว่า 6 กิโลเมตรอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เดินทางผ่านเส้นทาง อ.สังคม จ.หนองคาย-อ.ปากชม จ.เลย ส่วนใหญ่ต่างหยุดรถชมความงามและถ่ายรูปความสวยงามของพันโขดแสนไคร้ ก่อนเดินทางต่อ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการล่องเรือไปสัมผัส “พันโขดแสนไคร้” อย่างใกล้ชิด ก็สามารถใช้บริการเรือของชาวบ้านที่ออกมารวมตัวกันให้บริการล่องเรือชม “พันโขดแสนไคร้” ที่จุดจอดเรือ บริเวณจุดผ่อนปรนบ้านม่วง ที่จะพาล่องเรือชมโขดหินของพันโขดแสนไคร้ตั้งแต่เขตบ้านม่วงไปจนถึงบ้านภูเขาทอง รวมระยะทางไปกลับกว่า 3 กิโลเมตร ในแต่ละเที่ยวจะใช้เวลาในการล่องเรือไป-กลับ รวมทั้งจอดแวะให้นักท่องเที่ยวได้เล่นน้ำโขงบนหาดทรายที่มีความปลอดภัย ชมความงามและถ่ายรูปที่ระลึก ก่อนล่องเรือกลับเส้นทางเดิม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยเรือแต่ละลำจะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ 4-5 คน นักท่องเที่ยวจะได้ขึ้นไปบนโขดหินที่แต่ละก้อนมีความแตกต่างกัน และมีชื่อเรียกตามลักษณะของโขดหิน โขดหินในเขตพื้นที่ของแต่ละบ้านจะมีความแตกต่างกัน คือในเขตของบ้านม่วงและบ้านตาดเสริม จะมีลักษณะการเกิดขึ้นของโขดหินแต่ละโขดห่างกัน พอเข้าเขตบ้านภูเขาทอง โขดหินก็จะถี่ขึ้น ส่วนโขดหินในเขตของบ้านหนอง ก็จะมีลักษณะคล้ายสวนหย่อม เป็นโขดเล็กๆ และมีหาดทราย และสุดท้ายในเขตของบ้านห้วยค้อ จะมีโขดหินน้อย แต่มีพื้นที่ที่เป็นหาดทรายมากกว่าทุกจุด และมีต้นไคร้มากกว่าทุกจุด ซึ่งการล่องเรือชม “พันโขดแสนไคร้” จะอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด นักท่องเที่ยวทุกคนต้องใส่เสื้อชูชีพ

สำหรับชื่อพันโขดแสนไคร้นี้ มีความเป็นมาเนื่องจาก ในแต่ละโขดหินก็จะมีต้นไคร้ขึ้นอยู่โดยทั่วๆ ไปนับแสนๆ ต้น จึงได้มีการตั้งชื่อว่า “พันโขดแสนไคร้” ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ได้มาท่องเที่ยวหลายคนได้ยกให้เป็น “แกรนด์แคนยอน กลางแม่น้ำโขง” หินที่โผล่มีหลายหลากสี โดยเฉพาะหินสีดำนิล ที่มีความมันวาว แข็งแกร่ง และสวยงาม ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดหนองคาย ที่นักท่องเที่ยวเริ่มรู้จักและเดินทางมาเที่ยวชมมากขึ้นเรื่อยๆ

นางสาวเอื้องฟ้า สรรเสริญ นักท่องเที่ยว ที่มาล่องเรือชมพันโขดแสนไคร้ บอกว่า ช่วงนี้ผับปิด เลยได้มาท่องเที่ยว ล่องเรือชมพันโขดแสนไคร้ หลายคนที่มาบอกว่าสวยดี เลยได้เดินทางมาท่องท่องเที่ยว บรรยายทั่วไปสวยมาก แม้จะยังไม่ได้ล่องเรือชม

ด้านนายโค้ง หมื่นรักษาผล อายุ 67 ปี ชาวบ้านที่ขับเรือชมพันโขดแสนไคร้ บอกว่า ปีนี้นักท่องเที่ยวมาใช้บริการล่องเรือชมพันโขดแสนไคร้กันน้อย ต่างจากปีก่อนๆ ที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมาล่องเรือชมพันโขดแสนไคร้กันเป็นจำนวนมาก ล่องเรือแต่ละเที่ยวเสร็จก็มีนักท่องเที่ยวรอขึ้นเรือต่อ จนแทบไม่มีเวลากินข้าว ช่วงนี้แม้ว่าจะเป็นวันหยุดนักท่องเที่ยวที่มาล่องเรือก็ยังไม่มาก ส่วนใหญ่มาชมทะเลหมอกกันเท่านั้น ในส่วนของมาตรการด้านความปลอดภัยนั้น เข้มงวดร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกคนต้องสวมเสื้อชูชีพ เรือที่มาให้บริการก็เป็นเรือขนาดใหญ่ ไม่ใช้เรือขนาดเล็กเหมือนก่อนหน้านี้

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นหมู่คณะ ต้องการล่องเรือชมพันโขดแสนไคร้ ให้ติดต่อจองเรือล่วงหน้าได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 06-3039-0455 เพื่อที่ชาวบ้านจะได้เตรียมเรือไว้รองรับให้อย่างเพียงพอกับจำนวนนักท่องเที่ยว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon