เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาพโดยรวมของเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พบว่าประสบปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรงในรอบหลาย 10 ปี หลังจากฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ส่งผลให้ไม่มีน้ำดิบไว้ผลิตน้ำประปาได้ โดยที่พรุหน้าเมือง ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย ซึ่งเป็นที่รองรับน้ำจากน้ำตกหน้าเมืองมากักเก็บน้ำดิบไว้ได้ถึง 1,300,000 ลูกบาศก์เมตร ก่อนนำไปผลิตเป็นน้ำประปาจ่ายให้แก่บ้านเรือนประชาชน แต่ตอนนี้ภายในพรุหน้าเมืองมีสภาพที่แห้งขอด ดินแตกระแหง ต้นหญ้าเริ่มขึ้นไปทั่วบริเวณพื้นดิน และยังมีแหล่งผลิตน้ำประปาจากพรุกระจูด น้ำตกหินลาดที่ประสบปัญหานี้เช่นกัน ซึ่งการผลิตประปาของเกาะสมุยทำได้เพียงอย่างเดียวคือ ผลิตน้ำทะเลเป็นน้ำจืดจ่ายให้กับประชาชน ทำให้มีชาวบ้านเกาะสมุยบางรายสุดทนกับปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำ รอการช่วยเหลือจากภาครัฐไม่ไหว ประชดด้วยการตั้งศาลไหว้ขอฝนจากเทวดา

นายสวาท ลิ่มสุวรรณ อายุ 61 ปี ชาวบ้าน ต.มะเร็ต กล่าวว่า การที่ตนเองนำศาลมาตั้งภายในพรุหน้าเมืองที่น้ำแห้งขอดนี้ เพื่อต้องการขอฝนจากเทวดาเนื่องจากไม่มีน้ำใช้ แทนการรอความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐที่ไม่ลงมาแก้ปัญหาให้ จึงต้องให้เทวดาเป็นที่พึ่ง เพราะขณะนี้ตนเองต้องเอาน้ำจากปลักควายมาใช้อาบแล้ว ต้องใช้สารส้มมาใส่ในน้ำเพื่อให้ตกตะกอนจึงใช้อาบได้ จึงอยากให้ไปดูว่าชาวบ้านลำบากอย่างไร อยากให้ภาครัฐลงมาดูแลช่วยเหลือเรื่องน้ำให้คนสมุยด้วย มาเจาะบ่อน้ำบาดาลบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องตนไปก่อน ระหว่างที่รอให้ฝนตกลงมา และบางคนที่มาลงทุนบนเกาะสมุยเป็นพันล้านก็ไม่มีน้ำใช้แล้วเศรษฐกิจเกาะสมุยจะอยู่อย่างไร

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ในวันที่ 9 ต.ค.นี้ นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค พร้อมคณะ จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์น้ำของการประปาส่วนภูมิภาคเกาะสมุย ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเข้าขั้นวิกฤตอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้จะเข้าพบนายอำเภอเกาะสมุย นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย และนายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย เพื่อรับทราบปัญหาและแนวทางแก้ไข ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน และธุรกิจท่องเที่ยวของเกาะสมุยน้อยที่สุด

