ลูกค้าอาหารราคาทองคำยัน ‘พร้อมจ่ายไม่เบี้ยว’ กระเพาะปลาเนื้อปู 5 พันบาท ควานหาจนเมื่อยเจอแต่หน่อไม้กับไก่
เรื่องราวของนายเกียรติภูมิ ศิริวรเดชกุล อายุ 54 ปี ที่โพสต์ใบเสร็จค่าอาหารและเครื่องดื่มของ ร้านอาหารชื่อดังในเขตเทศบาลเมืองนครพนม หลังพาเพื่อนไปเลี้ยงสังสรรค์เมื่อเย็นวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา มีการสั่งเมนูอาหารแบบเหมาจ่าย มีเพื่อนร่วมคณะประมาณ 30 คน ทั้งนี้ เมื่อเรียกเก็บเงินพบว่ามียอดทั้งหมด 31,501 บาท จากทั้งหมดกว่า 20 รายการ ซึ่งมีอาหารบางรายการ อาทิ กระเพาะปลาน้ำแดง หม้อละ 5,000 บาท น้ำแข็งแช่เบียร์ 1,000 บาท ปีกไก่ทอดน้ำปลา 2 จาน ราคา 2,000 บาท ยังไม่จบ
โดยล่าสุด เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 มกราคม นายเกียรติภูมิ พื้นเพเป็นชาว จ.นครพนม แต่ไปประกอบอาชีพไกด์ทำงานอยู่ จ.อุดรธานี พร้อมด้วยนางปาริชาติ ดวงสงค์ หรือกะตั๊ว อายุ 53 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว เดินทางไปพบนายชาญชัย คงทัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ พาณิชย์จังหวัดนครพนม และนายไชยวุฒิ วัชเรนทร์สุนทร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครพนม ที่ห้องประชุมศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดนครพนม (หลังเก่า) กรณีที่เรื่องค่าอาหารดังกล่าวว่ามีความเหมาะสมหรือไม่
นางปาริชาติเปิดเผยว่า เป็นเพื่อนนักเรียนรุ่นเดียวกับนายเกียรติภูมิ ได้ไปจัดงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อนรุ่นเดียวกันประมาณ 30 คน โดยวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ตนพร้อมกลุ่มเพื่อนได้ปรึกษากันว่าจะเลี้ยงสังสรรค์ในหมู่เพื่อน จะเลือกร้านอาหารไหนดี ก็มีคนแนะนำว่าไปร้านอาหารคู่กรณีแห่งนี้ พวกตนจึงไปทดลองชิมอาหารกับเจ๊บิวเจ้าของร้าน พร้อมเป็นผู้กำหนดเมนูและราคาชุดละ 2,000 บาท รวมราคาที่สั่งเป็นเงิน 13,000 บาท โดยเบื้องต้นได้จ่ายเงินมัดจำไว้ 10,000 บาท
นางปาริชาติกล่าวว่า ครั้นถึงวันที่ 21 มกราคม พวกตนไปถึงร้านประมาณ 6 โมงเย็นเศษๆ มีอาหารที่สั่งไว้มาวางบนโต๊ะชุดละ 2 จาน รู้สึกว่าอาหารในจานน้อยกว่าที่อื่นมาก แต่ตอนนั้นยังไม่คิดอะไร และได้ถ่ายรูปอาหารเหล่านั้นเก็บไว้ พอมาถึงกระเพาะปลาที่สั่งให้ใส่เนื้อปู ปรากฏว่าหาเนื้อปูเท่าไหร่ก็ไม่เจอ มีแต่เนื้อไก่และหน่อไม้ โดยแต่เดิมนั้นตกลงราคากันที่หม้อละ 4,000 บาท เมื่อต้องการให้ใส่เนื้อปูราคาจึงเพิ่มเป็นหม้อละ 5,000 บาท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“จากนั้นสอบถามเด็กเสิร์ฟว่าอาหารหมดหรือยัง ได้คำตอบว่าทุกอย่างลงบนโต๊ะหมดแล้ว เริ่มมีความไม่สบายใจถึงปริมาณอาหารเป็นอย่างมาก กระทั่งเวลาประมาณ 22.30 น. จึงสั่งเช็กบิลก็มีการรอบิลนานมาก พอเห็นราคา 3 หมื่นกว่าบาท ทุกคนต่างตกใจมาก ไม่คิดว่าจะแพงถึงขนาดนี้ จึงยังไม่ขอจ่ายเงิน แต่ขอไปปรึกษากันก่อนว่าราคาขนาดนี้สมควรจ่ายหรือไม่” นางปาริชาติระบุ
นางปาริชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกอย่างไม่ติดใจ เพราะตนเป็นคนกำหนดเรื่องราคา แม้แต่ค่านักดนตรีซึ่งทีแรกตกลงกันที่ 4,000 บาท เล่นตั้งแต่ 18.00-22.00 น. นักดนตรีมาหกโมงกว่าเลิกก่อนสี่ทุ่ม แต่คิดราคาเป็น 5,000 บาท ก็ไม่ว่ากัน ถือว่ารับได้ ส่วนราคาน้ำแข็ง 111 ถัง เขาจะบอกกี่ถังก็ได้เพราะไม่เคยไปนั่งนับ แต่ถามว่าคนอายุ 50 กว่าปีกินน้ำแข็งมากมายขนาดนี้เชียวหรือ พวกตนติดใจที่ปริมาณอาหารเท่านั้น หากตกลงยินดีโอนให้เดี๋ยวนี้ทันที เราไม่ชักดาบ พร้อมจ่าย
ด้าน “เจ๊บิว” ระบุว่าอยู่ต่างจังหวัด ไม่สามารถมาพบกับคู่กรณีได้ ซึ่งนายไชยวุฒิกล่าวว่า เขาบอกเป็นคนพิษณุโลกมาทำธุรกิจอยู่นครพนม แต่ในกลุ่มเพื่อนของนายเกียรติภูมิและนางปาริชาติกระซิบบอกผู้สื่อข่าว เจ้าของร้านเป็นคนจังหวัดนครพนมอยู่ อ.ท่าอุเทน ไม่ใช่เป็นจังหวัดพิษณุโลกตามที่อ้าง
รองผู้ว่าฯนครพนมกล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวรู้สึกไม่สบายใจเพราะนครพนมกำลังบูมจากการท่องเที่ยว เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จึงต้องเชิญมาคุยกัน ก็ยังต้องรอเจ้าของร้านว่าจะเอาอย่างไร และจะหามาตรการมาควบคุมดูแลผู้ประกอบการร้านอาหาร ซึ่งนายเกียรติภูมิเสนอว่าควรมีสมาคม หรือชมรมร้านอาหารให้เขาดูแลกัน ในฐานะเป็นไกด์ไปหลายประเทศไม่เคยเจอร้านอาหารลักษณะแบบนี้ จึงควรให้ตั้งกลุ่มขึ้นมาเพราะในฐานะเป็นคนนครพนมโดยกำเนิดไม่อยากเห็นจังหวัดเกิดเรื่องราวน่าละอายเช่นนี้



