หน้าแรก ภูมิภาค ฮือฮา เมรุ สา...

ฮือฮา เมรุ สายรุ้ง แห่งแรกของอีสานใต้ เจ้าอาวาส เผย เป็นบ้านหลังสุดท้ายของทุกคน ทุกชีวิต

24.01.22 | 11:52 น.

เมรุ สายรุ้ง แห่งแรกของอีสานใต้ เจ้าอาวาส เผย เป็นบ้านหลังสุดท้ายของทุกคน ทุกชีวิต

ฮือฮาเมรุสายรุ้งสีสันสวยงามแห่งแรกของอีสานใต้ เจ้าอาวาสวัดเผยเป็นบ้านหลังสุดท้ายของทุกคน ทุกชีวิต ต้องทำให้ มีสีสันสวยงามไม่ให้เกิดความน่ากลัว  ชาวบ้านใกล้วัดบอก ไม่น่ากลัวเหมือนเดิม

เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบ้านด่าน ต.ด่าน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ  วัดแห่งนี้ในสื่อโซเชียลกำลังเป็นที่ฮือฮาของประชาชนชาว จ.ศรีสะเกษ เป็นอย่างมาก เนื่องจากว่า เมรุเผาศพของวัด มีการทาสีเมรุด้วยสีสันหลากสีที่สวยงามมาก

โดยหากประชาชนผู้ใดสัญจรผ่านไปตามถนนสายราษีไศล – สุวรรณภูมิ เมื่อมาถึงบริเวณนี้จะสามารถมองเห็นยอดเมรุของวัดบ้านด่านซึ่งมีสีสันสวยสดุดตาได้อย่างชัดเจน

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่วัดบ้านด่าน ได้พบกับ พระอธิการสมศักดิ์ ถีรธัมโม เจ้าอาวาสวัดบ้านด่าน ซึ่งพระอธิการสมศักดิ์ นำชมเมรุเผาศพ โดยพบว่า เมรุเผาศพแห่งนี้มีการทาสีด้วยสีต่าง ๆ โดยสีที่ทาเป็นสีที่สีสันสดใส จะทาสีตั้งแต่ฐานเมรุ บันไดเมรุ ไปจนถึงยอดปล่องควันของเมรุ

โดยจะทาสีสลับกันมีตราธรรมจักรประดับอยู่บนปล่องควันของเมรุด้วย ขณะที่บริเวณหลังคาเมรุก็มีการทาสีตัดกันอย่างสวยงาม ซึ่งเมรุของวัดแห่งนี้นับว่า เป็นเมรุที่มีสีสันสวยงามเป็นแห่งแรกของเขตอีสานใต้

Advertisement

พระอธิการสมศักดิ์ ถีรธัมโม เจ้าอาวาสวัดบ้านด่าน กล่าวว่า การที่คิดทาสีเมรุเป็นแบบนี้เนื่องจาก คิดว่าประชาชนที่มาประกอบพิธีฌาปนกิจศพเห็นเมรุเผาศพแล้วจะกลัว จึงเห็นว่าหากทำการทาสีเมรุให้เป็นสีรุ้งขึ้นมาญาติโยมคงจะไม่กลัว ดูแล้วก็สบายใจด้วย  ได้เริ่มทาสีแบบนี้มาตั้งแต่ปี 2562 สีที่ใช้เป็นสีน้ำมันมีทั้งหมด 7 สี ชาวบ้านจะเรียกเมรุแห่งนี้ว่า เมรุสายรุ้ง

โดยเงินที่นำเอามาใช้ทาสีเป็นเงินที่ชาวบ้านช่วยกันบริจาค เป็นศรัทธาของญาติโยมคนละเล็กคนละน้อยและมีเจ้าภาพเป็นท่านอัยการจังหวัดได้มาเป็นเจ้าภาพใหญ่ ได้นำเงินมาช่วยจำนวน 50,000 บาท ใช้เงินทาสีไปจำนวนทั้งสิ้น 160,000 บาท ประชาชนที่นำเอาศพญาติพี่น้องมาประกอบพิธีฌาปนกิจศพที่เมรุสายรุ้ง ก็ไม่มีใครว่ายังไง พากันบอกว่าดีนะน่าอยู่ สีสันทำให้ไม่น่ากลัว

โดยหลังจากที่ทาสีเมรุให้มีสีสันสวยงามแบบนี้แล้ว มีการประกอบพิธีฌาปนกิจศพไปแล้วประมาณ 20 กว่าศพ ส่วนการที่ทาสีแดงตรงบันไดนั้นก็ทำให้เหมือนกับว่าเป็นพรมเดินขึ้นสู่เมรุ ซึ่งการทาสีต่าง ๆ รอบบริเวณเมรุให้สวยงามนั้น เห็นว่า หากญาติโยมผู้ใดที่มีฐานะยากจนเมื่อนำศพญาติพี่น้องมาฌาปนกิจแล้วก็ไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินในการไปซื้อดอกไม้มาประดับเมรุให้สวยงามแต่อย่างใด เพราะว่า เมรุเผาศพมีความสวยงามอยู่แล้ว

หลังจากที่ทำการทาสีเมรุแห่งนี้แล้วก็มีประชาชนเข้ามาชมเมรุแห่งนี้จำนวนมาก เขามองเห็นแต่ไกลก็ได้เข้ามาดูเขาบอกว่าไม่เคยเห็นเมรุแบบนี้ เมรุสายรุ้งแห่งนี้เป็นบ้านหลังสุดท้ายของทุกคนทุกชีวิต จึงต้องทำให้เมรุน่าอยู่มีสีสันสวยงามไม่ให้เกิดความน่ากลัว

นางหนูพร บัวไพร อายุ 65 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้วัดแห่งนี้ กล่าวว่า เดิมนั้นเมรุเผาศพจะมีสภาพค่อนข้างเก่าเพราะว่าสร้างมานานแล้ว ต่อมาเมื่อเจ้าอาวาสวัดได้มีการทาสีให้มีสีสันขึ้นมาแล้วก็ดูดีมีสีสันสวยงาม ทำให้ตนและชาวบ้านที่เข้ามาในบริเวณเมรุเพื่อประกอบพิธีเผาศพไม่เกิดความน่ากลัวเหมือนก่อนหน้านี้ที่เมรุมีสภาพน่ากลัว