วันที่ 9 ตุลาคม นางกฤษณา เขื่อนเพชร อายุ 65 ปี ตัวแทนชุมชนศรีลานนา แขวงนครพิงค์ เทศบาลนครเชียงใหม่ ได้ร้องเรียนกับ “มติชน” ว่ามีเอกชนสร้างรั้วหรือแนวกำแพง ริมคลองแม่ข่า เป็นแนวยาว 200 เมตร ทำให้ดินสไลด์ลงคลอง ส่งผลทำให้คลองตื้นเขินและคับแคบลง จากเดิมกว้าง 3-4 เมตร เหลือ 2 เมตรเท่านั้น กระทบต่อทัศนียภาพ และพื้นที่ชายตลิ่ง ซึ่งเป็นที่สาธารณะ รวมทั้งชุมชนเทียมพรที่อยู่ใกล้เคียง ที่น้ำไหลย้อนท่วมหมู่บ้าน เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งชุมชนได้ร่วมกันดูแลคลองดังกล่าวมา 10 กว่าปีแล้ว
“เคยมีตัวแทนเอกชนมาพูดคุยกับชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมรับเรื่องดังกล่าวไปแก้ปัญหา แต่ยังไม่ดำเนินการ โดยอ้างว่าการก่อสร้างอยู่ในโฉนดที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้รุกล้ำคลองดังกล่าว ซึ่งชุมชนยอมรับได้ ไม่ได้ต่อต้านโครงการก่อสร้าง แต่อยากให้ปรับภูมิทัศน์ชายตลิ่ง ปลูกต้นไม้ ทำแนวทางเดิน เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่สร้างกำแพงสูงหรือล้อมรั้วปิดตาย ทำให้ดูแข็งกระด้าง ทำลายทัศนียภาพสองฝั่งคลอง เพราะลำน้ำแม่ข่า ถือเป็น 1 ไชยมงคลสร้างเมืองเชียงใหม่ มีอายุครบ 720 ปีแล้ว” นางกฤษณากล่าว
นายวสันต์ จอมภักดี ประธานคณะกรรมการอนุรักษ์แม่ปิงและสิ่งแวดล้อม ในฐานะคณะทำงานตรวจสอบแนวเขต และแก้ปัญหาการบุกรุก คณะกรรมการพัฒนาแก้ไขคลองแม่ข่าระดับจังหวัด กล่าวว่า ปัญหาคลองแม่ข่า คือการออกโฉนดที่ดินไม่ถูกต้อง บางส่วนออกติดคลองและทับสันเหมือง หรือคันคลองที่ชุมชนใช้สัญจร ซึ่งเป็นพื้นทืี่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน สมัยก่อนชุมชนใช้เป็นเส้นทางจูงวัวควายไถนา หรือนำเกวียนไปรับผลผลิตออกสู่ตลาด เพราะลำน้ำแม่ข่าบางส่วนใช้หล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตรมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

“กรณีปัญหาชุมชนศรีลานนา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสำรวจชายตลิ่งสองฝั่งคลอง เมื่อ 2-3 วันก่อน มีการถมดินเพื่อสร้างหมู่บ้านจัดสรร ทางเข้าด้านหน้าเป็นค่ายมวยแห่งหนึ่ง ของผู้บริหารบริษัท ฮิมมา เรสทีจ ลิฟวิ่ง จำกัด บุตรสาวนายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือโหร คมช. ติดริมถนนโซตนา ซอย 12 พบว่าการก่อสร้างกำแพงหรือรั้วดังกล่าว อยู่ในเขตโฉนดที่ดิน แต่ส่งผลกระทบต่อแผนแม่บทการฟื้นฟูและอนุรักษ์คลองแม่ข่า ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพน้ำ ทำให้ชุมชนไม่สามารถดูแล ไม่เข้าถึงพื้นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ดังนั้น จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาแก้ไขคลองแม่ข่าระดับจังหวัด เพื่อวิเคราะห์ปัญหา และหาทางออกที่เหมาะสมร่วมกับทุกฝ่าย และจะลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง วันที่ 4 พฤศจิกายนนี้” นายวสันต์ กล่าว

ด้านนายวารินทร์กล่าวว่า ที่ดินดังกล่าวมีเอกสารสิทธิถูกต้อง ยืนยันการสร้างกำแพงหรือรั้วดังกล่าว ไม่ได้รุกล้ำคลองแม่ข่า ส่วนการก่อสร้างอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทางชุมชนยังไม่ได้เห็นแบบแปลนทั้งหมด การสร้างกำแพงเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยที่มาซื้อบ้านจัดสรร ไม่ได้สร้างคอนโดมิเนียมจำเป็นต้องแสดงพื้นที่ และขอบเขตชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้า ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว 2-3 ครั้งแล้ว หากมีการตรวจสอบอีก ก็พร้อมให้ความร่วมมือเช่นเดิม เพื่อหาทางออกร่วมกัน
“ยืนยันว่าได้กันพื้นที่ชายตลิ่ง หรือถอยหล่นออกจากแนวคลองดังกล่าวแล้วพร้อมมีแผนปลูกต้นไม้ชายตลิ่ง เป็นแนวยาว ส่วนดินที่สไลด์ลงคลอง ก็มีแผนขุดลอกคลองนำดินตะกอนออก เพื่อให้น้ำไหลสะดวก ซึ่งโครงการหมู่บ้านจัดสรร เน้นการอนุรักษ์และรักษาสภาพแวดล้อมเป็นหลัก ไม่ตัดต้นไม้ใหญ่ ไม่ทำลายทัศนียภาพตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมร่วมมือกับชุมชนในการฟื้นฟูอนุรักษ์คลองแม่ข่า ด้วยความรัก สามัคคี อยู่ร่วมกับชุมชนไม่แตกแยก ดังนั้น อยากให้เห็นโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จก่อน เพราะออกแบบมีน้ำตกจำลอง ที่อยู่ของสิงสาราสัตว์ในวรรณคดี เป็นป่าหิมพานต์ สอดคล้องกับลำน้ำแม่ข่าที่ไหลผ่านโครงการ มีความงดงาม สวยงามแบบไทยๆ” นายวารินทร์กล่าว
สำหรับ หมู่บ้านดังกล่าว สร้างเพียง 20-30 หลัง ราคาหลังละ 30-50 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จในปี 2561 ขณะนี้อยู่ระหว่างการถมที่ดิน ล้อมรั้วและสร้างบ้านตัวอย่าง คาดเปิดให้จองต้นปีหน้า

