ทหารสกัดจับ 33 เมียนมา ลักลอบเข้าประเทศ พื้นที่รอยต่อชุมพร-ระนอง
เมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.อ.ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว ผบ.ฉก.ร.25 กองกำลังเทพสตรี ได้สั่งการให้จุดตรวจศิลาสลัก จุดตรวจคลองจั่น และร้อย.ร.2521 ฉก.ร.25 ทำการสกัดขบวนการขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่รอยต่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร และ จ.ระนอง ชายแดนไทย-เมียนมา เนื่องจากได้รับข้อมูลจากสายข่าวรายงานว่ามีรถยนต์ต้องสงสัยจำนวน 2 คัน ได้ขับจากบ้านช่องหินหมู หมู่ 20 ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เข้าไปบริเวณแนวชายแดน
เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการซุ่มเฝ้าตรวจจนกระทั่งพบรถยนต์ 2 คัน ประกอบด้วย รถกระบะตอนครึ่งยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน บม 6637 ชุมพร และรถกระบะตอนเดียวยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน บร 8366 ชุมพร ได้ขับกลับเข้ามาในพรมแดนไทยโดยบรรทุกคนจำนวนมาก มุ่งหน้าไปยังบ้านพันวาน และเข้าจอดที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่ 20 ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงดำเนินการเข้าตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมคนขับรถได้จำนวน 2 คน คือ นายบุญเชิด หรือเยา ชมภู อายุ 44 ปี และนายธีระยุทธ หรือเม นาคดุค อายุ 27 ปี ชาวตำบลรับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร และจากการตรวจสอบภายในบ้านพบชาวเมียนมาจำนวน 33 คน เป็นชาย 21 คน หญิง 12 คน
จากการสอบถามทราบว่า ทั้งหมดได้เดินทางมาจากที่ต่างๆ ในเมียนมา ทั้งยะไข่ ย่างกุ้ง และมาพักคอยที่บ้านเอชันตะ อ.เขม่าจี จ.เกาะสอง จำนวน 2 วัน และเมื่อวันที่ 29 ม.ค.2565 เวลาประมาณ 14.00 น. ได้เดินทางด้วยรถตู้ 2 คัน มาพักคอยบริเวณชายป่าแนวชายแดนฝั่งประเทศเมียนมา เพื่อรอข้ามมาฝั่งประเทศไทยบริเวณ บ.ช่องหินหมู หมู่ 20 ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร โดยต้องการไปทำงานตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในจังหวัดชลบุรี ปทุมธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช และสงขลา โดยเสียค่าใช้จ่ายให้นายหน้าชาวเมียนมาคนละ 23,000 บาท
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ดำนินการตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 โดยการพ่นแอลกอฮอล์ล้างมือ คัดกรองโควิด-19 ให้กับชาวเมียนมา และส่ง สภ.ท่าแซะ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

