ไฟไหม้ศาลาการเปรียญอายุกว่าร้อยปี วัดเวฬุวรรณาราม อ.ขลุง วอดทั้งหลัง คาดเสียหายราว 10 ล้าน
เมื่อวันที่ 30 มกราคม ร.ต.อ.วรชัย เอี่ยมศรี รอง สว. (สอบสวน) สภ.ขลุง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ศาลาการเปรียญ วัดเวฬุวรรณาราม หมู่ 3 ต.วังสรรพรส อ.ขลุง จ.จันทบุรี โดยเพลิงกำลังลุกลามไปทั่ววัด
หลังรับแจ้งได้ประสานเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลวังสรรพรส และใกล้เคียง ตลอดจนหน่วยกู้ชีพขลุงมูลนิธิ ร่วมเดินทางตรวจสอบและช่วยเหลือดับไฟ โดยที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพร้อมรถน้ำจากเทศบาลตำบลวังสรรพรส, เทศบาลตำบลซึ้ง, และเทศบาลตำบลตกพรม จำนวน 6 คัน ระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงที่กำลังโหมลุกไหม้ห้องพักสงฆ์หลังหอฉัน บนศาลาการเปรียญ วัดเวฬุวรรณาราม หรือวัดเวฬุ อย่างรุนแรง และกำลังลุกลามไหม้หลังคา ฝ้าเพดาน พื้นไม้กระดานของหอฉัน เข้ามาในศาลาการเปรียญอย่างรวดเร็ว ขณะชาวบ้านได้ช่วยกันขนย้ายพระพุทธรูปทองเหลือง เครื่องอัฐบริขาร ทรัพย์สินมีค่า ลงมาจากศาลาอย่างโกลาหล

โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลานานกว่า 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้สำเร็จ แต่ยังคงฉีดน้ำพรมกองเถ้าถ่าน เศษกองไม้ที่ยังมีควันรอยคุกรุ่นออกมา เพื่อป้องกันเพลิงจะปะทุไหม้ขึ้นอีก

หลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ เบื้องต้นพบเพลิงได้ไหม้ลุกลามเผาศาลาการเปรียญ หอฉัน และห้องพักสงฆ์ จำนวน 12 ห้อง ซึ่งเป็นเรือนไม้ทั้งหลัง วอดเสียหายทั้งหมด ตลอดจนธรรมาสน์ พระพุทธรูป ของใช้ในกิจสงฆ์ในศาลา ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด เหลือเพียงกองเถ้าถ่าน
จากการสอบสวนของ ร.ต.อ.วรชัย เอี่ยมศรี ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรขลุง พระสำรวน ภัทรสุทโธ พระลูกวัด ที่อยู่ในเหตุการณ์ ให้การว่า ศาลาการเปรียญวัดเวฬุวรรณาราม หรือวัดเวฬุ เป็นศาลาไม้เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี

ขณะเกิดเหตุ พระครูไพศาล อายุธโท เจ้าอาวาส พร้อมพระลูกวัดอีก 2 รูป กำลังห่มผ้าเตรียมฉันภัตตาหารเช้า ระหว่างนั้นได้มีระเบิดดังออกมาจากด้านหลังหอฉัน เมื่อเข้าไปดูก็พบมีเพลิงกำลังไหม้ ห้องพระบอย พระลูกวัดอีกรูปที่ขณะเกิดเหตุไม่อยู่วัด ได้ออกไปลาสิกขาที่วัดอื่น โดยเพลิงได้ไหม้ลุกลามห้องพักสงฆ์ที่อยู่ติดกันอย่างรวดเร็ว จึงได้พากันวิ่งไปเอาถังเคมีดับเพลิง 6 ถัง มาช่วยกันฉีดสกัด พร้อมกับรีบตามชาวบ้านใกล้เคียงมาช่วยดับไฟ ตลอดจนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาช่วย แต่เนื่องจากตัวศาลาเป็นอาคารไม้เก่าแก่ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จึงทำให้เพลิงไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว จนเผาศาลาการเปรียญวอดทั้งหลังดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม สาเหตุยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบปากคำพยานแวดล้อม ทางตำรวจสันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร ทั้งนี้ จะได้ประสาน เจ้าหน้าที่วิทยาการกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบสาเหตุที่แน่ชัด ส่วนความเสียหายในครั้งนี้ เบื้องต้นประมาณ 10 ล้านบาท

