วันที่ 11 ตุลาคม 2559 จากการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงใน 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.กมลาไสย อ.ร่องคำ และ อ.ฆ้องชัย เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มรับน้ำและอยู่ติดกับแม่น้ำชี พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำชียังคงหนุนสูง ส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวของเกษตรกร โดยเฉพาะที่บริเวณบ้านท่าแห่ หมู่ 1 และหมู่ 10 ต.ฆ้องชัยพัฒนา อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ประกอบกับน้ำชีหนุนสูงทำให้น้ำในพื้นที่ไม่สามารถระบายลงสู่แม่น้ำชีได้ จึงทำให้ท่วมนาข้าวของประชาชนที่อยู่สองฝั่งของกุดใส้จ่อทั้งในพื้นที่ ต.ฆ้องชัยพัฒนา ต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ และ ต.มะค่า อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม กว่า 8,000 ไร่
ล่าสุดนายเทพรัตน์ ตันตยานนท์ นายอำเภอฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ นายพัฒนะ พลศรี หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 เขื่อนระบายน้ำฝายวังยาง พร้อมด้วยผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ได้ช่วยกันบรรจุทรายใส่กระสอบนำมากั้นสร้างแนวกั้นน้ำบนถนนสายบ้านกุดแห่ ต.ฆ้องชัยพัฒนา อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ไปยังบ้านไค้นุ่น ต.มะค่า อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม และติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ของ อบจ.กาฬสินธุ์ บริเวณกุดใส้จ่อ เพื่อเร่งสูบน้ำที่กำลังท่วมขังนาข้าวของเกษตรกรลงสู่แม่น้ำชี เนื่องจากหากปล่อยทิ้งไว้นาข้าวทั้ง 8,000 ไร่ จะเสียหายทั้งหมด
จากการสำรวจขณะนี้ต้นข้าวของเกษตรกรในพื้นที่ ต.ฆ้องชัยพัฒนา และ ต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งกำลังออกรวงถูกน้ำท่วม ซึ่งเสียหายแล้วอย่างน้อยประมาณ 570 ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังทำการสำรวจเพื่อให้ความช่วยเหลือ และเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ติดขัดที่เครื่องสูบน้ำมีจำนวนน้อยและน้ำมันเชื้อเพลิงไม่มี ซึ่งหน่วยงานในพื้นที่ทั้งอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำมาเติมแล้วแต่ไม่เพียงพอ ชาวบ้านจึงเกรงว่าหากไม่สามารถสูบน้ำออกก่อนที่มวลน้ำจาก จ.ชัยภูมิ และ จ.ขอนแก่นมาถึง และปล่อยให้เวลาผ่านไปนานนาข้าวที่ถูกน้ำท่วมก็จะเสียหายจำนวนมากอย่างแน่นอน ดังนั้น จึงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดลงพื้นที่เร่งเข้ามาช่วยเหลือติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มโดยด่วน
นอกจากนี้ ในพื้นที่ อ.กมลาไสย อ.ร่องคำ และ อ.ฆ้องชัย 3 จ.กาฬสินธุ์ นาข้าวของเกษตรกรถูกน้ำแม่น้ำชีเอ่อเข้าท่วมแล้วกว่า 2,000 ไร่ ซึ่งทางจังหวัดได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเฝ้าระวังตลอด 24ชั่วโมง เนื่องจากระดับน้ำได้ไหลทะลักเพิ่มระดับความสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากรับมือไม่ไหวหรือท่วมรุนแรงก็พร้อมจะประกาศภัยพิบัติ แต่ตอนนี้ยังอยู่ในการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น

