ตร.พังงา แจงปม เคธี ภรรยานักบอลดังถูกชิงทรัพย์ ระดมเจ้าหน้าที่หาคนร้าย

10.02.22 | 16:00 น.

ตร.พังงา แจงปม เคธี ภรรยานักบอลดังถูกชิงทรัพย์ ระดมเจ้าหน้าที่หาคนร้าย

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อโซเชียล กรณี เคธี ฮุมเมลส์ ภรรยาของ มัตต์ ฮุมเมลส์ ถูกทำร้ายและถูกชิงทรัพย์ หลังเดินทางมาถ่ายทำรายการในประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจภูธรจังหวัดพังงาได้ขอเรียนชี้แจงรายละเอียดคดี ระบุว่า เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.โคกกลอย ได้รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวถูกทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดบริเวณชายหาดนาใต้ ห่างจากโรงแรมแห่งหนึ่ง ประมาณ 800 เมตร ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 5 กุมภาพันธ์ โดยนางแคทเธอรีน ฮุมเมลส์ (Ms.Catherine Hummels) ผู้เสียหาย แจ้งว่า ขณะที่เดินอยู่บริเวณชายหาดนาใต้ ห่างจากโรงแรมที่พักของผู้เสียหาย ประมาณ 800 เมตร ได้ถูกทำร้ายร่างกายโดยชายไม่ทราบชื่อ ด้วยการชก 1 ครั้งบริเวณแขนซ้าย จนผู้เสียหายล้มลง และได้ฉวยโอกาส เอาโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ iPhone รุ่น 12 pro max ของผู้เสียหายและหลบหนีไป

ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้รับรอยช้ำบริเวณแขนซ้าย จำนวน 1 รอย พนักงานสอบสวน สภ.โคกกลอย ได้ทำการสอบสวนเบื้องต้น ผู้เสียหายไม่สามารถจดจำตำหนิรูปพรรณของผู้ก่อเหตุได้ เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีแสงสว่างเพียงพอ และผู้เสียหายไม่ประสงค์ดำเนินคดีแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่สะดวกในการให้การต่อพนักงานสอบสวน เนื่องจากต้องเดินทางกลับประเทศเยอรมนีในเวลา 00.10 น. และไม่ประสงค์ให้ชื่อของตนปรากฏในสื่อต่างๆ จึงได้มอบหมายให้ Mr.Simon Regauer ล่ามภาษาไทย เป็นผู้จัดการแทนตน พนักงานสอบสวนจึงได้ให้ผู้เสียหายทำหนังสือมอบอำนาจ และได้ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนผู้เสียหายจะได้เดินทางไปยังสนามบิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า นางเคธีไม่ประสงค์ดำเนินคดี ให้ปากคำ และไม่สะดวกเดินทางไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เนื่องจากมีเที่ยวบินเดินทางไปต่างประเทศในเวลา 00.10 น. ของวันเดียวกัน ก่อนเดินทางไปยังสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลา 00.10 น. และต้องไปถึงสนามบินล่วงหน้าก่อน ในเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 5 กุมภาพันธ์ จึงจำเป็นต้องออกเดินทางจากที่พักในเวลาประมาณ 22.00 น. นับจากเวลาที่พนักงานสอบสวนได้ตรวจที่เกิดเหตุในเวลา 21.00 น. เป็นเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ผู้เสียหายจึงไม่สะดวกมาให้การ และไม่ได้เดินทางไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่องรอยบาดแผล

Advertisement

ผู้เสียหายมีเที่ยวบินกลับประเทศเยอรมนี จากดูไบ ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ทำให้เกิดความล่าช้าในการติดต่อขอรายละเอียด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่เพื่อหารายละเอียดเกี่ยวกับเหตุดังกล่าวตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ จนเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เวลา 23.10 น. ผู้รับมอบอำนาจจึงได้ส่งรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์ที่ถูกประทุษร้าย และลักษณะคนร้ายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนติดตามจับกุม

ซึ่งกรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกกลอย ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด และได้เร่งรัดดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวผู้ทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 13.00 น. พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ศักดิ์ศิรา เผือกอ่ำ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ธรรมนูญ ประยืนยง ผบก.ภ.จว.พังงา ได้เดินทางไปยัง สภ.โคกกลอย เพื่อประชุมเร่งรัดสืบสวนติดตามคนร้ายในคดีนี้โดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจโคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธรรมนูญ ประยืนยง ผบก.ภ.จว.พังงา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งชุดสืบสวน ชุดสอบสวน เข้าประชุมหารือความคืบหน้า คดีนักท่องเที่ยวสาวชาวต่างชาติ เหตุเกิดที่ชายหาดนาใต้ หมู่ 5 ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา

ด้าน พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 ได้ประชุมสั่งการให้ชุดสืบสวนหาข้อมูล เร่งติดตามคนร้าย ส่วนพนักงานสอบสวนเร่งหาพยาน หลักฐาน ทั้งด้านผู้เสียหาย และคนก่อเหตุ พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ทำด้วยความรอบคอบ ละเอียด ชัดเจน ไม่เกินข้อเท็จจริง คาดว่าจะได้ตัวผู้ก่อเหตุในเร็วไปนี้

ด้าน พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผบก.ตร.ททท.3 บช.ททท. กล่าวว่า ได้เข้ามาดูที่เกิดเหตุ ส่วนรายละเอียดคงต้องให้ตำรวจท้องที่ดำเนินการ เบื้องต้นได้มีการพูดคุยกับทางโรงแรม กำชับขอความร่วมมือช่วยดูแลนักท่องเที่ยวให้มากขึ้นและประสานกับโรงแรมต่างๆ ที่อยู่บริเวณชายหาดให้ช่วยกันสอดส่องบริเวณชายหาด แต่ทางโรงแรมเองก็ได้มีการเตือนนักท่องเที่ยวอยู่ตลอดว่าจุดไหนมีความเสี่ยงไม่สมควรไป จุดไหนไปได้ ควรจะหลีกเลี่ยงเดินทางไปคนเดียวในที่เปลี่ยว

ขณะที่ นางสาววิตา จันทร์ส่องแสง อายุ 67 ปี แม่ค้าขายของบริเวณชายหาดนาใต้ กล่าวว่า ตนเองขายของอยู่ที่นี่มา 5-6 ปีแล้ว ขายตั้งแต่ตอนเช้าจนถึงเย็นก็กลับบ้าน ไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรที่ไม่ดีที่นี่เลย ทั้งชิงทรัพย์ ทำร้ายนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่คนที่มาเที่ยวที่นี่ก็เป็นชาวบ้าน และก็มีชาวต่างชาติบ้างมาถ่ายรูป เล่นน้ำบ้าง เสร็จแล้วก็กลับ พอมีข่าวเกิดเหตุกับนักท่องเที่ยวแบบนี้ ทำให้เสียภาพลักษณ์ของชายหาดนาใต้แน่นอน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง