ผู้ว่าฯระยองยันเสียใจ หลังเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วกลางทะเลรอบ 2 พร้อมตำหนิทางบริษัทต้นตอกระทำการขาดความระมัดระวังและความรอบคอบ ขณะที่กรมเจ้าท่า แจ้งความดำเนินคดีอีก 4 ข้อหา
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่หมู่บ้านสบาย สบาย รีสอร์ท หาดแม่รำพึง อ.เมือง จ.ระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ตรวจติดตามการรับเรื่องราวร้องทุกข์กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลโดยบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC โดยเผยถึงกรณีน้ำมันรั่วไหลกลางทะเลรอบที่ 2 จำนวน 5,000 ลิตร ซึ่งเป็นจุดเดิมที่มีการรั่วไหลเมื่อครั้งที่แล้วว่า จุดที่พบคราบน้ำมันรั่วไหลอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 5 กม.ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการควบคุมสถานการณ์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง ตนรู้สึกเสียใจ ทุกฝ่ายไม่อยากให้เกิดขึ้น ก็ต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ บริษัทน่าจะทำได้ดีกว่านี้ น่าจะมีความระมัดระวังในการเตรียมการวางแผนเข้าดำเนินการตรวจสอบให้รอบคอบ
นายชาญนะกล่าวว่า การขอโทษไม่ได้ช่วยอะไร คิดว่าประชาชนคงรับไม่ได้ เบื้องต้น ได้ตำหนิทางบริษัทไปแล้ว ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีแน่นอน โดยเฉพาะความรู้สึกของประชาชนและนักท่องเที่ยว ส่วนการปลดธงแดง และการลงเล่นน้ำทะเลต้องขอประเมินสถานการณ์คราบน้ำมันในทะเลอีกรอบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) ได้มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง ในฐานะผู้เสียหายเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.ไม้ฟ้า ปักเขตานัง ร้อยเวร สภ.มาบตาพุด เพื่อดำเนินคดีกับ SPRC 4 ข้อหา โดยแบ่งออกเป็น 4 ฐานความผิดคือ 1.ฐานความผิดตามมาตรา 119 ทวิแห่ง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย(ฉบับที่ 14) พ.ศ.2535 กรณีก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ถือเป็นคดีที่ต่างกรรมต่างวาระกับการกระทำผิดซึ่งได้ร้องทุกข์ไปแล้ว เมื่อวันที่ 27 ม.ค.2565
2.ฐานความผิดมาตรา 297 แห่ง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 และแก้ไขเพิ่มเติม ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าท่าที่สั่งให้ระงับการใช้งานทุ่นเทียบเรือจนกว่าจะซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จ รวมทั้งจะต้องใช้ความระมัดระวัง โดยกำหนดขั้นตอนและวิธีการ ตลอดจนมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้มีการรั่วไหลในขั้นตอนการแก้ไข หรือซ่อมแซม โดยต้องมีหลักฐานการตรวจสอบที่สามารถยืนยันว่าไม่มีน้ำมันค้างท่อส่งสินค้า และแจ้งให้สำนักงานเจ้าท่าทราบก่อนดำเนินการทุกครั้ง พร้อมทั้งจัดทำมาตรการการป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหล แต่บริษัทกลับฝ่าฝืนคำสั่งโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้ง รวมทั้งไม่ตรวจสอบให้ชัดเจนว่ามีน้ำมันค้างอยู่ในท่อก่อนดำเนินการจนเป็นเหตุให้น้ำมันรั่วลงทะเล
3.ในฐานความผิดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานที่ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
และ 4.ฐานความผิดตามกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กฎหมายควบคุมมลพิษ เป็นต้น เพื่อให้พนักงานสอบสวนพิจารณาดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ด่วน! น้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเลซ้ำอีก คาดราว 5,000 ลิตร มุ่งหน้าเข้าหาดแม่รำพึง
- SPRC ประกาศภาวะฉุกเฉินน้ำมันรั่วไหล เทียร์ 1 ซ้ำรอยกลางทะเลระยอง ประสาน ทร.ช่วยคุมเหตุ
- ระยองตั้งโต๊ะแถลง น้ำมันรั่วจุดเดิม 5,000 ลิตร มั่นใจคุมสถานการณ์ได้ ไม่น่าพัดเข้าฝั่ง

