ฮือฮา! ชาวบ้านแห่ขอโชคตะเคียนทองคู่แม่ลูก อายุกว่า 200 ปี คึกคัก
ชาวบ้านแห่ขอโชคตะเคียนทองคู่ อายุกว่า 200 ปี หลังพบโผล่ขึ้นจากแม่น้ำแม่กลอง ที่บริเวณท่าน้ำวัดบ้านทอง (ท่าล้อ) ตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ภายหลังจากชาวบ้านลงหาปลาพบมานานแต่ยังไม่ได้ฤกษ์ เพิ่งมาได้ฤกษ์ จึงนำต้นตะเคียนทั้ง 2 ขึ้นจากน้ำ ส่วนชื่อนั้นมีพระบอกว่า ตามความเชื่อที่ได้นิมิตว่าตะเคียนทั้ง 2 เป็นแม่ลูกกัน
เมื่อวันที่ 16 ก.พ.65 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่วัดบ้านทอง (ท่าล้อ) หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า วัดท่าล้อ ตั้งอยู่หมู่ 1 ตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ภายหลังทราบข่าวพบต้นตะเคียนทองคู่ขนาดใหญ่ คาดว่าอายุราวกว่า 200 ปี โผล่ขึ้นจากแม่น้ำแม่กลอง บริเวณหาดทรายท่าน้ำหน้าวัดบ้านทอง (ท่าล้อ) พบชาวบ้านจำนวนมากที่ทราบข่าวพากันมากราบไหว้ ก่อนเซ่นด้วยน้ำแดง จากนั้นได้นำแป้งฝุ่นไปโรยแล้วลูบหาเลขเด็ดตามความเชื่อซึ่งแต่ละคนก็เห็นเลขแตกต่างกันไป ขณะที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าลอตเตอรี่ได้นำลอตเตอรี่มาวางจำหน่าย โดยแต่ละแผงขายดีจนเกลี้ยงแผงไปตามๆ กัน ประกอบกับวันนี้ทางวัดได้จัดทำบุญวันมาฆบูชา ภายหลังเสร็จสิ้นจากการทำบุญ ชาวบ้านที่ทราบการพบต้นตะเคียนทอง ทั้ง 2 ต้น ต่างได้นำพวงมาลัย ดอกไม้ธูปเทียน ผ้าสามสี มากราบไหว้สักการบูชา เชื่อว่าต้นตะเคียนดังกล่าวจะนำโชคลาภมาให้ในวันที่ 17 ก.พ. ซึ่งเป็นวันออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล
ทั้งนี้ หลังที่ทราบข่าวว่าพบต้นตะเคียนโผล่ขึ้นจากแม่น้ำแม่กลอง เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชนและหน่วยปฏิบัติการทางน้ำ มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ “ทีมสายน้ำ” นำทีมงานลงไปทำการเคลื่อนย้ายต้นตะเคียนทองขึ้นจากน้ำได้สำเร็จ โดยต้นตะเคียนทองดังกล่าว คาดว่าน่าจะมีอายุประมาณ กว่า 200 ปี ซึ่งตะเคียนทองต้นแรกมีความยาว 17 เมตร วัดรอบต้น 340 เซนติเมตร ส่วนตะเคียนทองต้นที่สองมีความยาว 16 เมตร วัดรอบต้น 290 เซนติเมตร มีน้ำหนักต้นละประมาณ 10 ตัน
นอกจากนี้ชาวบ้านที่เดินทางมาทำบุญและมากราบไหว้ขอโชคลาภจากต้นตะเคียนทองคู่ ยังให้ความสนใจกับเลขรถบรรทุก 18 ล้อที่บรรทุกต้นตะเคียนขึ้นมา ได้แก่หมายเลขทะเบียน 883 และรถเครน 2 คัน คันแรกหมายเลขทะเบียน 72-2550 รถเครนคันที่ 2 ทะเบียน 64-6469 โดยเชื่อว่าน่าจะเป็นเลขมงคลนำโชคลาภมาให้ในครั้งนี้
ส่วนชาวบ้านเป็นหญิงชาวเมียนมา ซึ่งทำงานอยู่ในโรงสีข้าวตรงข้ามวัดบ้านทอง หรือวัดท่าล้อ หลังเลิกงานได้เดินทางมากราบไหว้ พร้อมนำน้ำแดงมาถวาย และนำแป้งฝุ่นไปทาต้นตะเคียน ทั้ง 2 ต้น โดยทาต้นแม่ ชื่อ แม่สุวรรณ เห็นเลขชัดเจน คือ 37 – 73 หญิงชาวเมียนมา เจ้าตัวบอกว่าดีใจมาก คิดว่าต้องโชคดีแน่นอน ก่อนได้เดินไปหาซื้อสลากในบริเวณดังกล่าว ซึ่งได้ไปหลายใบ ก่อนเดินกลับไปที่พักทันที
ขณะที่ ร้อยโท อำนาจ สมรูป หนึ่งในคณะกรรมการของวัดบ้านทอง ได้กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 สัปดาห์ ได้มีชาวบ้านที่ดำหาปลาได้บอกว่าพบต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่ใต้น้ำ จึงได้แจ้งกับทางป่าไม้ได้เข้ามาดู แล้วทางป่าไม้ได้ทำการตรวจยึดไม้ทั้ง 2 ต้น
ทางคณะกรรมการวัดจึงได้ปรึกษากับทางเจ้าอาวาสในการดำเนินการกับต้นตะเคียน โดยทางป่าไม้ได้แจ้งว่าได้นำไม้ทั้ง 2 ต้นนี้มาฝากไว้กับทางวัดท่าล้อ จึงได้ประสานขอนำไม้ทั้ง 2 ต้น ขึ้นจากน้ำ โดยก่อนตรุษจีนได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เกิดติดขัดปัญหา จึงได้ดูฤกษ์อีกครั้ง โดยวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ฤกษ์ดีตลอดทั้งวันจึงได้ทำการเคลื่อนย้ายไม้ทั้ง 2 ต้น โดยก่อนจะทำการเคลื่อนย้ายได้ทำพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้การดำเนินการเคลื่อนย้ายในครั้งนี้สำเร็จราบรื่น ทั้งนี้เราประสานไปหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ โดยเสียค่าใช้จ่ายบางส่วน และได้รับการสนับสนุนอีกส่วนหนึ่ง สำหรับไม้ทั้ง 2 ต้น มีขนาดใหญ่และยาวมาก ซึ่งถือว่าเป็นต้นที่สวยที่สุดใน จ.กาญจนบุรี และอยากให้ผู้ใจบุญมาช่วยทำการปลูกสร้างหลังคาเพื่อปิดคลุมไม้ทั้ง 2 ต้นนี้
ในอดีตก่อนการสร้างเขื่อนบริเวณดังกล่าวเป็นป่าดิบชื้น ซึ่งจะมีไม้ใหญ่จำนวนมาก และหลังสร้างเขื่อน ไม้ดังกล่าวที่จมอยู่ใต้น้ำมานานน่าจะไหลมาตามลำน้ำก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงจุดนี้ ส่วนกิ่งมีร่องรอยถูกตัดออกไปนั้น จากการตรวจสอบพบเป็นการใช้เลื่อยยนต์ คาดว่าช่วงน้ำลดลง กิ่งได้โผล่พ้นน้ำขึ้นมา จึงถูกบุคคลหรือกลุ่มบุคคลตัดเอาไปใช้ประโยชน์แล้วบางส่วน กระทั่งชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่ไปดำน้ำยิงปลามาพบเข้าและพยายามกู้ขึ้นมาเพื่อนำมาแปรรูป แต่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ทราบก่อน จึงได้ทำการตรวจยึดไว้
ด้าน นายสมชาย ระวิรังสีอรุณ ไวยาวัจกร วัดบ้านทอง (ท่าล้อ) ในส่วนของวัด เผยว่า ทางเจ้าอาวาสมอบหมายให้ตนเป็นผู้ดูแลต้นไม้ทั้ง 2 ต้นนี้ รวมทั้งการดำเนินการตามระเบียบกฎหมายให้ถูกต้อง เนื่องจากไม้ทั้ง 2 ต้น เป็นไม้ของกลางที่เป็นไม้หวงห้าม อย่างไรก็ตามขอร้องประชาชนที่มากราบไหว้ตามความเชื่อ อย่าได้ขูดหรือเซาะหรือทำลาย เพื่อคงสภาพไม้เอาไว้ให้สมบูรณ์มากที่สุด ส่วนการใช้แป้งลูบ หรือใช้แสงไฟจากโทรศัพท์ส่องถ่ายได้ ซึ่งบางคนก็อาจมองเห็นและบางคนก็อาจมองไม่เห็นเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับบุญวาสนาของแต่ละบุคคล
เชื่อว่าไม้ตะเคียนทั้ง 2 ต้น ต้องการจะมาขึ้นที่วัดท่าล้อแห่งนี้ ดูจากก่อนนำขึ้นไม้ขึ้นได้เกิดปรากฏการณ์จากธรรมชาติ คือ ขณะนำขึ้นจากน้ำเกิดฝนตกลงมาปรอยๆ พอเคลื่อนย้ายมาวางฝนก็หยุดตก และหลังจากที่จัดวางเป็นที่เรียบร้อยฝนก็ได้ตกลงมาอย่างหนัก เหมือนจะแสดงให้เห็นถึงบารมี จึงฝากเชิญชวนประชาชนมากราบไหว้ และช่วยกันทำบุญบูรณะสร้างสิ่งปกคลุมเจ้าแม่ทั้ง 2 ด้วย
สำหรับนามของเจ้าแม่ทั้ง 2 คือ ต้นแม่ ชื่อ แม่สุวรรณ ส่วนต้นลูก ชื่อ แม่กัลยา เป็นแม่ลูกกัน ประวัติคร่าวๆ ตอนที่การก่อสร้างกรุงเทพฯ ในช่วงยุคนั้น มีการคัดสรรไม้ของเมืองกาญจน์ เพื่อที่จะล่องแพไปกรุงเทพฯ ไปทำพระราชวังฯ ตามข้อที่กล่าวอ้างกันมา แต่ต้นแม่สุวรรณ ตรงกลางคด จึงไม่ได้รับการคัดสรร พอแม่ไม่ได้ไป ลูกก็ไม่ยอมไป เขาจะอยู่คู่กัน
อีกในหนึ่งคือ ในอดีตที่ท่านนิมิตบอกว่า แม่ตะเคียนสมัยที่เป็นมนุษย์ ก็เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ในวัดท่าล้อ ซึ่งวัดท่าล้อสมัยโบราณ เรียกวัดสุวรรณา ราม วัดบ้านทองท่าล้อ เพิ่งจะมาเปลี่ยนชื่อในช่วงหลัง น่าจะเป็นเรื่องของสัมพันธภาพ ระหว่างเจ้าแม่ตะเคียนกับทางวัด
“ที่ได้ทำพิธีบวงสรวง พบ ต้นแม่ ให้เลข 83 ต้นลูก ให้เลข 961 แต่เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล” นายสมชายกล่าวทิ้งท้าย

