ยอด ‘เอทีเค’ เป็นบวกเชียงใหม่พุ่งพรวด เฝ้าระวังเข้มข้น 152 คลัสเตอร์

19.02.22 | 19:22 น.

ยอด ‘เอทีเค’ เป็นบวกเชียงใหม่พุ่งพรวด เฝ้าระวังเข้มข้น 152 คลัสเตอร์

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จังหวัดเชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จากการตรวจ RT-PCR มากถึง 314 ราย แยกเป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด 296 ราย ส่วนอีก 18 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากนอกพื้นที่ ขณะที่มีการตรวจพบผู้มีผลบวกจากการตรวจ ATK อีก 2,685 ราย ซึ่งถือว่ายอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวังเข้มข้นสูงสุดถึง 152 คลัสเตอร์

ขณะเดียวกันในวันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 83 ปี มีโรคประจำตัว คือ ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง และหลอดเลือดหัวใจตีบ และไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มาก่อน ซึ่งได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดเผยข้อมูลด้านการรักษาพยาบาล โดยพบว่า ขณะนี้มีผู้ติดเชื้ออาการหนักที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจลดลงเหลือเพียง 38 ราย ทำให้มีจำนวนเตียงว่างอยู่ร้อยละ 68 โดยในช่วงนี้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย (กลุ่มสีเขียว) จึงให้เข้ารับการรักษาในระบบ HI เป็นหลัก ส่วนการรักษาในระบบ CI ยังคงรองรับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการที่ไม่สามารถรักษาตัวใน HI ได้อยู่

ด้านปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อช่วงนี้ สาเหตุหลักมาจากการสัมผัสในครอบครัว และยังมาจากสายพันธุ์ Omicron เป็นหลัก แม้จะทำให้ผู้ติดเชื้อไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย แต่ก็ทำให้เกิดการแพร่ระบาดรวดเร็วมาก ดังนั้น คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันลดจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 21-27 กุมภาพันธ์ 2565 ภายใต้แคมเปญ “สัปดาห์ คนเชียงใหม่ รักกัน แยกกันสักพัก เพื่อลด COVID-19”

Advertisement

โดยขอความร่วมมือในการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่นอกบ้าน ใช้ปิ่นโตหรือรับประทานอาหารคนเดียว ไม่รวมกลุ่มกัน หลีกเลี่ยงการร่วมงานบุญหรืองานศพ งดงานเลี้ยง ปาร์ตี้สังสรรค์ นักเรียนและนักศึกษาให้งดการทำงานกลุ่มหรือการติวเรียน ส่วนผู้ที่ชอบการเล่นกีฬาขอให้งดการเล่นกีฬาที่ต้องปะทะหรือใกล้ชิดกัน เช่น ฟุตบอล บาสเก็ตบอล เป็นต้น

นอกจากนี้ ขอย้ำเตือนพี่น้องประชาชนให้เคร่งครัดในมาตรการป้องกันโรค และเข้ารับการฉีดวัคซีนตามกำหนด โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และสตรีมีครรภ์ ซึ่งจากการเก็บข้อมูลพบว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 3 เข็ม จะสามารถลดการติดเชื้อจากสายพันธุ์โอไมครอนได้กว่า 60-70 % และลดการเสียชีวิตเมื่อติดเชื้อโควิดได้อย่างดี