กรมอนามัยชี้ฮอตสปอตพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ทำค่าฝุ่นสูงระดับสีแดง หวั่นกระทบสุขภาพ

1.03.22 | 13:19 น.
กรมอนามัยชี้ฮอตสปอตพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ทำค่าฝุ่นสูงระดับสีแดง หวั่นกระทบสุขภาพ

วันนี้ (1 มีนาคม 2565) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ระหว่างวันที่ 1-4 มีนาคม 2565 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศ โดยพบเกินค่ามาตรฐานในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) ใน 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรปราการ พะเยา ตาก พิจิตร ราชบุรี ปราจีนบุรี หนองคาย และระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) 1 จังหวัด คือ ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีค่าฝุ่นละออง PM2.5 เท่ากับ 98 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งคาดการณ์ว่า บริเวณพื้นที่ภาคเหนือ จะมีสภาพอากาศปิด และพบจุดความร้อนจำนวนมาก เนื่องจากการเผาในพื้นที่ ภาคเหนือตอนบน รวมถึงการเผาในประเทศเพื่อนบ้าน จะส่งผลให้ฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้นได้ และหมอกควันจากการเผาในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และประเทศเพื่อนบ้าน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ในพื้นที่ได้

​นพ.สุวรรณชัยกล่าวต่อไปว่า จากการเฝ้าระวังอาการจากการรับสัมผัสฝุ่นละออง ขนาดเล็กด้วยตนเอง ผ่าน 4health_ PM2.5 ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 ถึงปัจจุบัน พบว่าประชาชน มีอาการที่เกี่ยวข้องกับการรับผัสฝุ่นละอองถึงร้อยละ 62.65 โดยอาการที่พบส่วนใหญ่จะเป็นอาการเล็กน้อย ส่วนกลุ่มที่มีโรคประจำตัวจะมีอาการรุนแรงมากขึ้น เช่น อาการหายใจลำบากเหนื่อยง่าย และหายใจมีเสียงหวีด เป็นต้น ดังนั้น ประชาชนในพื้นที่ 10 จังหวัด ควรติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิดก่อนออกจากบ้าน ด้วยการดูค่า PM2.5 หรือค่า AQI ได้ที่เว็บไซต์ http://air4thai.pcd.go.th หรือแอพพลิเคชั่น “Air4Thai” ของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)

อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า โดยต้องแปลผลให้ถูกต้อง หากค่า PM2.5 อยู่ในช่วง 51-90 มคก./ลบ.ม. ซึ่งเท่ากับค่า AQI ที่ 101-200 ถือว่าอยู่ในระดับเกินมาตรฐาน และเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) แต่หากพบค่า PM2.5 ที่สูงกว่า 91 มคก./ลบ.ม.ขึ้นไป ซึ่งเทียบเท่า AQI ที่สูงกว่า 201 ขึ้นไป อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) ควรปฏิบัติตนตามคำแนะนำ อย่างเคร่งครัด โดยคอยสังเกตอาการตนเอง และคนใกล้ชิด หากพบอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออก หายใจมีเสียงวีด แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก ใจสั่น คลื่นไส้ เมื่อยล้าผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์ โดยประเมินอาการจากการรับสัมผัสฝุ่นละออง พร้อมรับคำแนะนำเบื้องต้น ได้ที่ https://4health.anamai.moph.go.th/index หรือ LINE Official “4Health_PM2.5” สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวควรเตรียมยา อุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ นอกจากนี้ ขอความร่วมมือประชาชนลดการเผาในที่โล่งทุกชนิด เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละออง

“ทั้งนี้ ประชาชนและกลุ่มเสี่ยงจะต้องป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากทุกครั้ง เมื่อออกนอกบ้าน สำหรับการเลือกและใช้หน้ากากที่ถูกต้องขอให้ใช้หลัก 3 – 3 – 1 โดย 3 ตัวแรกคือ การเลือก ซึ่งมีวิธีการเลือก ดังนี้ 1.เลือกหน้ากากที่ได้มาตรฐาน สะอาด ไม่มีกลิ่นผิดปกติหรือฉีกขาด 2.เลือกหน้ากากให้เหมาะสมกับลักษณะงานหรือกิจกรรมของผู้สวมใส่ และ 3.เลือกขนาดให้เหมาะสมกับใบหน้า สำหรับ 3 ตัวที่ 2 คือ การใช้ ได้แก่ 1.ใช้สวมให้ถูกต้อง โดยครอบจมูกและปาก โดยไม่สวมไว้ใต้คาง 2.ไม่สวมหน้ากาก ขณะออกกำลังกาย เนื่องจากการสวมทำให้หายใจลำบาก และทำให้เหนื่อยง่ายกว่าปกติ 3.ไม่ใช้หน้ากาก ร่วมกับผู้อื่น และ 1 ตัวสุดท้าย คือ การทิ้ง ต้องทิ้งลงถังขยะและล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง” นพ.สุวรรณชัยกล่าว

Advertisement