หน้าแรก ภูมิภาค อุปทูตสหรัฐ บ...

อุปทูตสหรัฐ บินแม่ฮ่องสอน มอบเงิน 2.2 แสนดอลลาร์ บูรณะถ้ำผีแมนโลงลงรัก

2.03.22 | 17:34 น.

อุปทูตอเมริกาบินจากเชียงใหม่ ลงท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน เปิดโครงการการอนุรักษ์โลงไม้โบราณที่ถ้ำผีแมนโลงลงรัก อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2565 เวลา 09.05 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครื่องบินขนาดเล็ก แบบ Beechcraft king air 200 มีนาย ไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ที่บินจากท่าอากาศยานเชียงใหม่ ไปท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน เพื่อจะเดินไปยังถ้ำน้ำลอด อำเภอปางมะผ้า เพื่อมอบทุนสนับสนุนโครงการอนุรักษ์โลงไม้โบราณภายในถ้ำผีแมน สำหรับ นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ในนามสถานทูตสหรัฐและสถานกงสุลใหญ่สหรัฐประจำประเทศไทย ได้เดินทางไปมอบจากกองทุนเอกอัครทูตเพื่อการอนุรักษ์ทางวัฒนธรรม 2021ร่วมกับนายสืบพงษ์ นิ่มพูลสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในพิธีเปิดโครงการการอนุรักษ์โลงไม้โบราณที่ถ้ำผีแมนโลงลงรัก อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากรได้รับการสนับสนุนทุนการอนุรักษ์เป็นเงินจำนวน 220,000 เหรียญสหรัฐ จากกองทุนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาเพื่อการอนุรักษ์ทางวัฒนธรรม (U.S. Ambassadors Fund for Cultural Preservation) และพิธีมอบทุนการอนุรักษ์จากกองทุนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาเพื่อการอนุรักษ์ทางวัฒนธรรม โดย ศ.ดร.รัศมี ชูทรงเดช นักโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นผู้แทนรับมอบ โดยอุปทูตเดินทางถึงศูนย์ศึกษาธรรมชาติถ้ำน้ำลอดสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเข้าร่วมพิธีผูกข้อมือจากผู้สูงอายุ จากนั้นได้มอบทุน ซึ่งเป็นเงินทุนจากโครงการ AFCP จะสนับสนุน คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ในการดำเนินการบูรณะโลงไม้เก่าแก่และโบราณวัตถุอื่นๆ ออกแบบทางเดินภายในถ้ำผีแมนโลงลงรักและสนันสนุนการแลกเปลี่ยนทางวิชาการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ไม้กับผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกา ซึ่งโครงการนี้ได้สนับสนุนประเทศไทยมาแล้ว 20 โครงการรวมมูลค่ากว่า 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ

ก่อนหน้านี้ เครื่องบินขนาดเล็ก แบบ Beechcraft king air 200 มีนาย ไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ที่บินจากท่าอากาศยานเชียงใหม่ มายังท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน ไม่สามารถบินลงยังท่าอากาศยานฯ ได้ เนื่องจากประสบกับปัญหาหมอกควันไฟป่า ที่ลอยปกคลุมในระดับต่ำ จนมองไม่เห็นรันเวย์ของท่าอากาศยาน และสุดท้ายต้องบินกลับไปลงที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ตามเดิม จากนั้นได้มีการกำหนดแผนการบินใหม่อีกครั้งเมื่อทัศนวิสัยเป็นปกติ