หน้าแรก ภูมิภาค ปลดล็อกกัญชา ...

ปลดล็อกกัญชา มีสิทธิย้อนมาเป็นยาเสพติดหากใช้ผิดวิธี

5.03.22 | 15:43 น.

ปลดล็อกกัญชา มีสิทธิย้อนมาเป็นยาเสพติดหากใช้ผิดวิธี

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเผยพร้อมหาตำรับยา และส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารส่งในและต่างประเทศรองรับกัญชามีการปลูกได้อย่างเสรี เพราะจะมีการปลูกทั่วประเทศ ห่วงหากมีการใช้กัญชาผิดวิธี สิ่งที่ปลดล็อกไปแล้วอาจจะย้อนกลับมาเป็นยาเสพติดได้อีก

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2565 ดร.ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ออกมาระบุหลังการบรรยายหัวข้อ “การนำกัญชามาใช้เพื่อดูแลสุขภาพ” ในงาน “ปลดล็อก กัญชา กัญชง สร้างสุขภาพ สร้างรายได้” ที่อาคารเรียนรวม 100 ปี คณะเทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ว่า

กัญชาเป็นสมุนไพรพื้นบ้านของประเทศไทยมานาน มีวัฒนธรรมการใช้ในการลดปวด ช่วยทำให้กินข้าวได้ นอนหลับ ในต่างประเทศได้นำไปใช้เกี่ยวกับโรคที่ไม่ตอบสนองกับการรักษาแบบมาตรฐานที่เรามีอยู่ เช่น โรคลมชัก หรือโรคพาร์กินสัน

(ชมคลิป)

Advertisement

การมาเสวนาในวันนี้เป็นการเตรียมการประชาชน เพราะอีกเพียง 120 วัน กัญชาก็จะถูกถอดออกจากยาเสพติดให้โทษเฉพาะตัวพืช ซึ่งตามเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ การดูแลสุขภาพและเศรษฐกิจ

ดังนั้น สิ่งที่จะใช้กัญชาได้อย่างเหมาะสม ประชาชนจะต้องมีความรู้ เช่น ถ้าจะปลูกไว้ใช้เองปลูกอย่างไร ใช้ส่วนไหนบ้าง แล้วใช้เพื่อประโยชน์อะไร แล้วต้องติดตามอะไร ถ้าไม่ดีหรือได้ผล ”จะไปหาใคร” ถ้าดีแล้วทานไปต่อถึงตอนไหนถึงจะหยุด

ดร.ภญ.ผกากรอง กล่าวด้วยว่า ภายในระยะเวลาก่อนจะครบ 120 วันข้างหน้านี้มี 2 เรื่องหลักๆ คือ 1.ถ้าจะเอากัญชามาดูแลสุขภาพโรคเบื้องต้นโรคอะไรใช้ได้ 2.คือการจะใช้กัญชาอย่างไรให้เอามาเป็นส่วนของเศรษฐกิจ ถ้าประชาชนจะเอามาใช้แปรรูปเป็นอาหาร หรือทำแปรรูปมาเป็นสมุนไพร ประชาชนต้องมีความรู้อะไรบ้าง

เช่น ถ้าเราจะเอากัญชามาทำเป็นอาหาร ทั้งประเทศอาหารก็เหมือนกันหมด ดังนั้น แต่ละจังหวัดจะต้องคนหาอัตลักษณ์ของตัวเอง แต่ถ้าเราหาสมุนไพรพื้นบ้านอื่นๆ ในพื้นที่มาผสมน่าจะเกิดประโยชน์ไปคนละแบบกัน

สิ่งที่เป็นห่วงเหมือน รมว.สาธารณสุขพูดไว้คือ การใช้กัญชาต้องใช้ให้ถูกวิธี ทุกสมุนไพรต่างมีข้อจำกัดในการใช้ด้วยกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะกัญชาต้องรู้ถึงข้อจำกัดของมัน ถ้าใช้ไม่เหมาะสมแล้วเกิดปัญหา สุดท้ายกัญชาก็มีโอกาสกลับเข้าไปเป็นยาเสพติดอีกก็เป็นได้ ดังนั้น ประชาชนต้องช่วยกันใช้ให้ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย