หน้าแรก ภูมิภาค อุทยานฯจับ &#...

อุทยานฯจับ ‘พลายบุญช่วย-บุญมี’ 2 ช้างดื้อป่าละอู ใส่ปลอกคอ ติดตามพฤติกรรมหากินนอกพื้นที่

6.03.22 | 18:14 น.

ใส่ปลอกคอติดตามพฤติกรรมหากินนอกพื้นที่ ‘พลายบุญช่วย-บุญมี’ 2 ช้างดื้อป่าละอู

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า หลายปีที่ผ่านมามีปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า กลายประเด็นสำคัญต่อการอนุรักษ์ช้างป่าในปัจจุบัน เนื่องจากหลายพื้นที่มีการขยายตัวของชุมชนอย่างต่อเนื่อง มีการบุกรุกพื้นที่ป่าแหล่งที่อยู่ของช้าง ขณะที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีช้างป่ากว่า 180 ตัว อาศัยในพื้นที่ 220 ตารางกิโลเมตร ทางตอนล่างของอุทยาน ถือว่ามีความหนาแน่นค่อนข้างสูง ช้างป่าจึงออกมาหากินนอกพื้นที่ ใน ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะ “พลายบุญช่วย” และ “พลายบุญมี” ช้างใหญ่เจ้าถิ่นที่มีพฤติกรรมเกเร ทำลายทรัพย์สินพืชไร่-บ้านเรือนของประชาชนเสียหาย ไม่ตอบสนองต่อการขับไล่และการผลักดัน การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต้องจัดเจ้าหน้าที่อุทยานร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารดูแลความปลอดภัยช้างป่าและคน ตามเส้นทางสายพุไทร-ไทรเอน ถนนสายหลักไปน้ำตกป่าละอู แหล่งท่องเที่ยวดังใน ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ รวมทั้งภายในชุมชนช่วงกลางคืนที่ช้างชอบออกหากิน


นายพิชัยกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาการจัดการพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า สัตวแพทย์ประจำกลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย ทหารชุดเฉพาะกิจจงอางศึก ได้จับช้าง “พลายบุญช่วย” และ “พลายบุญมี” เก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจสุขภาพ พร้อมติดปลอกคอสัญญาณดาวเทียมให้แก่ช้างป่าทั้ง 2 ตัว จากนั้นจะให้เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามพฤติกรรมการเคลื่อนที่เพื่อป้องกันเฝ้าระวังช้างป่าออกหากินนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์

“ก่อนหน้านี้มีการเสนอเรื่องขอย้ายช้างป่าทั้ง 2 ตัว ในความควบคุมของสัตวแพทย์ไปไว้ในป่าลึกเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากปัญหาจากการขนย้ายช้าง ล่าสุด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีหนังสืออนุมัติให้เจ้าหน้าที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 บ้านโป่ง และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ร่วมกันติดตามพฤติกรรมพลายบุญช่วยและพลายบุญมี โดยติดปลอกคอติดตามตัวสัตว์สัญญาณดาวเทียม เพื่อทราบเส้นทางการเคลื่อนที่ การหากินด้านนิเวศวิทยา เพื่อเฝ้าระวังป้องกันช้างเข้าสู่เขตชุมชน” นายพิชัยกล่าว