หน้าแรก ภูมิภาค จนท.วางแผนรัก...

จนท.วางแผนรักษา-ติดปลอกคอ ‘พลายสาริกา’ หลังมีแผลที่ก้น คาดสู้กับช้างป่าแล้วแพ้

9.03.22 | 17:35 น.

สัตวแพทย์-ชุดติดปลอกคอช้าง กรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ ต.สาริกา หลังทราบเรื่อง ‘พลายสาริกา’ บาดเจ็บคาดเกิดจากการต่อสู้กับช้างในป่าแล้วได้รับบาดเจ็บ ถูกแทงที่ก้น 1 แผล หวั่นแผลติดเชื้อ ซ้ำรอยช้างป่าตัวอื่น วางแผลร่วมกับ อบต.สาริกา ยิงยาสลบ ทำแผล และติดปลอกคอ GPS เพื่อจะได้รู้ทิศทางการออกหากิน

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม  นายชุมพลภัทธ์ เลาหะพานิช นายก อบต.สาริกา พร้อมด้วย นายอำนาจ ม่างปรางค์ ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี สัตวแพทย์หญิง ชนัญญา กาญจนสาขา นายแพทย์ชำนาญการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี ชุดติดปลอกคอช้างจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ประชุมวางแผนติดปลอกคอช้าง พลายสาริกา หลังพบว่า พลายสาริกา ดาราประจำถิ่น ต.สาริกา ที่ชอบลงมาอวดโฉมให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปและมักจะมีคลิปออกมาให้ได้ชมกันอยู่เรื่อยๆ ได้รับบาดเจ็บ ถูกช้างป่าแทงเข้าที่ก้นเป็นแผล ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจจะเป็นอันตรายเหมือนช้างป่าที่เคยเป็นข่าวตัวก่อนๆ

เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันวางแผลทำการรักษาและติดปลอกคอ GPS เพื่อเป็นประโยชน์ในการติดตามตัว รวมถึงประโยชน์ในการติดตามพฤติกรรมการออกจากป่ามายังแหล่งชุมชน เพื่อที่เจ้าหน้าที่ชุดผลักดันช้าง และเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าไปทำการผลักดันช้างได้ถูกจุด

นายอำนาจกล่าวว่า ได้เตรียมทีมเจ้าหน้าที่สำนักอนุรักษาสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักอนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี มาช่วยกัน เนื่องจากตอนนี้พลายสาริกามีอาการบาดเจ็บ พบแผลบริเวณก้น และจะเดินเข้ามาในพื้นที่ชุมชนสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้าน โดยเจ้าหน้าที่ที่มาวันนี้จะเข้ามาทำการรักษาบาดแผล และติดปลอกคอ (Gps Collar) สามารถบ่งบอกได้ว่าช้างที่สวมปลอกคออยู่บริเวณไหน ทำให้สามารถติดตามช้างได้ สะดวกในการรักษาและผลักดันช้างเวลาเข้ามาในพื้นที่ชุมชน ส่วนสาเหตุที่พลายสาริกาบาดเจ็บ คาดว่ามาจากพลายสาริกาชนกับช้างป่าแล้วเกิดแพ้ ซึ่งโดยพฤติกรรมของช้าง หากตัวไหนแพ้จะถูกตัวที่ชนะแทงเข้าที่บริเวณก้น

ขณะที่การติดปลอกคอพลายสาริกานั้น จะต้องมีการยิงยาสลบ โดยฤทธิ์ยามีระยะเวลาในการทำงานเพียง 2 ชั่วโมง ซึ่งในระยะเวลานี้จะต้องทำการติดตั้งปลอกคอและทำแผลที่ก้นพลายสาริกา ในกรณีนี้หากพลายสาริกาอยู่ในพื้นที่ชุมชนด้านล่างนอกป่าจะทำให้ภารกิจทำได้โดยง่าย แต่หากต้องเข้าไปในป่าจะมีความอันตรายแก่เจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากช้างอาจจะพุ่งเข้ามาทำร้าย จึงต้องมีความระมัดระวัง

Advertisement

ด้านนายชุมพลภัทธ์ระบุว่า การติดปลอกคอช้างพลายสาริกาจะทำให้ทราบว่าพลายสาริกาอยู่ตำแหน่งไหน  หรือแม้กระทั่งรู้ว่าพลายสาริกาจะลงมายังพื้นที่ด้านล่างชุมชนตรงจุดไหน เมื่อทราบล่วงหน้าก็จะมีการวางแผนชุดผลักดันช้างร่วมกันเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง ในการผลักดันช้างไม่ให้เข้าในพื้นชุมชน ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับการทำงานของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากชุดผลักดันช้างเป็นกลุ่มจิตอาสาที่เข้ามาช่วย

นายชุมพลภัทธ์กล่าวว่า ปัจจุบันพลายสาริกาเริ่มขยายวงกว้างขึ้น จากเดิมจะอยู่บริเวณสามแยกสาริกา แต่ตอนนี้ได้ขยายวงออกมาด้านนอก จนถึงสี่แยกประชาเกษม เกรงว่าในวันข้างหน้าช้างป่าอาจจะมีการขยายวงกว้างออกไปอีก หากมีการขยายวงกว้างจริง จะทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานยากขึ้น

“ตอนนี้ในพื้นที่มีช้างป่าจ่าฝูงเข้ามาอยู่ 2 ตัว คือพลายสาริกา และงาเดียว ซึ่งพลายสาริกาเป็นช้างที่จะทำการติดปลอกคอ เนื่องจากป่วย ได้รับบาดเจ็บที่ก้น ทีนี้ก็จะเหลือเจ้างาเดียวที่จะต้องเฝ้าระวัง แต่หากจะติดปลอกคอทั้ง 2 ตัวก็จะทำให้ทราบพิกัดและบริหารจัดการได้ง่ายขึ้น” นายชุมพลภัทธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ทีมติดปลอกคอจากกรมอุทยานฯได้เตรียมอุปกรณ์และวางแผนการทำงาน ระหว่างรอเวลาที่พลายสาริกาจะออกมาในพื้นที่ชุมชน หากออกมาจริงก็จะเร่งดำเนินการติดปลอกคอและทำการรักษาแผลให้ทันเวลากับฤทธิ์ยาสลบ