เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ร้านสามย่าน ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา เลขที่ 224/8 ถนนอำเภอ เขตเทศบาลนครอุดรธานี นายจตุพงษ์ ปัญญาสวัสดิ์ อายุ 40 ปี เจ้าของร้านผู้เสียหาย เคลียร์ปัญหาหนี้สินกับ นายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย ทนายความ “แม่ดาราสาวแตงโม นิดา” ระบุยังไม่อุ่นใจแม้จะตกลงการคืนเงินแล้ว หากได้เงินจริงจะทำบุญให้แตงโมทันที ได้นัดหมายผู้สื่อข่าวเพื่อเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม
นายจตุพงษ์เปิดเผยว่า รู้จักกับนายกฤษณะมานานจนไว้เนื้อเชื่อใจกัน เมื่อปี 2560 นายกฤษณะมาขอยืมเงินอ้างว่าลูกป่วย บ้านพ่อที่สกลนครถูกน้ำท่วม ต้องใช้จ่ายเงินเยอะ ตอนแรกให้ไป 4,000 บาท ตอนเย็นกลับมาอีกบอกว่าลูกอาการแย่ลง ก็ให้ไปอีก 52,000 บาท โดยมีการเซ็นเอกสารกู้ยืม รวม 56,000 บาท หลังจากทางรายการข่าวได้ให้ตนวิดีโอคอลคุยกับนายกฤษณะ เขาตกลงจะจ่ายเงินคืนให้ แต่ขอผ่อนชำระเป็นงวด จากนั้นได้บันทึกเบอร์โทรศัพท์ของนายกฤษณะ แล้วแอพพลิเคชั่นไลน์ก็เด้งขึ้นมาว่าเป็นเพื่อนกันในแอพพ์
“นายกฤษณะทักมาคุยในไลน์บอกว่าจะชดใช้เงินให้ 3 งวด งวดละ 18,666 บาท งวดแรกวันที่ 1 เมษายน งวดที่สองวันที่ 1 พฤษภาคม และงวดที่สาม 1 มิถุนายน 2565 ผมไม่เอาดอกเบี้ยอะไร แต่ขอให้จ่ายเงินคืนมาให้ครบ หลังจากที่คุยกันแล้วยังสรุปอะไรไม่ได้ เพราะถ้าเงินยังคืนไม่ครบก็ถือว่ายังไม่อุ่นใจ แต่ถ้าได้เงินคืนกลับมาบางส่วนก็จะนำเงินไปทำบุญให้แตงโม เพราะคิดว่าถ้าไม่มีคดีนี้ ไม่มีเรื่องราวนี้ คงจะไม่ได้เงินคืน กลุ่มผู้เสียหายหลายๆ คนพอจะรู้จักก็ถอดใจกันหมด” นายจตุพงษ์กล่าว
นายจตุพงษ์เปิดเผยอีกว่า ถ้าไม่มีกรณีคุณแตงโมก็จะไม่มีใครมีโอกาสได้เงินคืนสักบาทเลย เพราะเขาหายสาบสูญไปจากอุดรธานีนานแล้ว รู้เพียงนายกฤษณะย้ายไปทำงานที่กรุงเทพฯ เคยโทรหาภรรยานายกฤษณะได้รับคำตอบว่าได้เลิกกันไปแล้ว แต่คิดว่าอาจจะอยู่ด้วยกัน แต่ตนก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้าตนไปฟ้องก็จะต้องมีค่าทนายความอีก ก็คิดเพียงว่าหากได้เงินคืนบ้างก็คงจะดี จากนี้ไปตนก็ต้องรอดู ถ้าไม่ได้ตามที่ตกลงตนก็จะแจ้งร้องเรียนกับสื่อต่างๆ อีกครั้ง เพราะถ้าแจ้งตำรวจก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น
นายคณิศร ขุริรัง ประธานสภาทนายความจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ส่วนตัวแล้วรู้จักนายกฤษณะ เพราะก่อนหน้านี้นายกฤษณะเคยทำงานเป็นเสมียนทนาย ที่สำนักงานทนายความในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี และสอบผ่านและรับใบอนุญาต หรือตั๋วทนาย เป็นทนายความปี 2563 จากนั้นก็เปิดสำนักงานทนายความที่ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร นายกฤษณะมีบุคลิกที่สุภาพ แต่รายละเอียดอื่นๆ ลึกๆ ไม่ได้เข้าไปคลุกคลีมาก
“แม้ว่าอายุงานทนายความจะน้อย แต่ว่ามีใบอนุญาต ทนายความต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ ไม่ได้อยู่ที่อายุการทำงาน ถึงจะน้อยหรือจะมาก อยู่ที่การศึกษาหาความรู้ การค้นคว้าข้อเท็จจริงข้อกฎหมายการหาแนวฎีกา เช่นกรณีที่นายกฤษณะเข้าไปดูแล ต้องเข้าไปดูว่าการกระทำโดยประมาทมันเกิดขึ้นแบบใดบ้าง หาแนวฎีกาว่าอย่างไรบ้างต้องศึกษาหาข้อมูล” นายคณิศรกล่าว
นายคณิศรกล่าวต่อว่า การตัดสินว่าทนายเก่งหรือไม่เก่งนั้น ทนายความต้องให้เกียรติกัน ต้องให้โอกาส จะไปบอกว่าคนนั้นเก่งหรือไม่เก่งเราจะไปพูดแบบนั้นไม่ได้ แต่ลูกความผู้ที่มาปรึกษากฎหมายเขาจะพิจารณาเองว่าคนนี้เป็นอย่างไร ส่วนเรื่องที่ผ่านมาถือเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องในอดีต หากคิดว่าตัวเองเป็นคนใหม่ คนดี ทุกคนก็สามารถกลับตัวกลับใจได้ เริ่มต้นใหม่ได้ จุดนี้ต้องให้โอกาสกัน สำหรับคดีของคุณแตงโม ตนก็ติดตามบ้าง มีข้อมูลนิดหน่อย ฝากถึงนายกฤษณะให้ดูในประเด็นตำรวจตั้งข้อหา ทนายความต้องไปดูในข้อเท็จจริงในสำนวน

