ชาวบ้านน้ำตาซึมสงสารช้าง ทำขันธ์ 5 ขอขมา ผลักดันกลับป่าเขาอ่างฤาไน

ชาวบ้านน้ำตาซึมสงสารช้าง ทำขันธ์ 5 ขอขมา ผลักดันกลับป่าเขาอ่างฤาไน

จากกรณีมีช้างป่าเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา จำนวนมากได้ออกมาหากินนอกเขตพื้นที่รอยต่อของ ต.ทุ่งพระยา อ.สนามชัย จ.ฉะเชิงเทรา และ ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งได้เข้าไปหากินในย่านชุมชนในพื้นที่หมู่ 4 ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ส่งผลให้พื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้มีการผลักดันให้กลับไป แต่ช้างป่าตัวนี้ยังกลับมาอีก จนกระทั่งมาทำร้ายประชาชนที่เข้าไปเก็บของป่าจนเสียชีวิต 1 ราย รอด 1 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ก.พ.65 ที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 6 มี.ค.65 ได้เข้ามาหากินบริเวณบ้านเรือนของประชาชนทำให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย

และให้เจ้าหน้าที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าดำเนินการติดอุปกรณ์ติดตามตัวสัตว์สัญญาณดาวเทียม (GPS Collar) เพื่อติดตามการเคลื่อนที่ พฤติกรรมและประโยชน์ในการเฝ้าระวังและป้องกันช้างป่าออกนอกพื้นที่

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่ห้องประชุมของ อบต.เขาไม้แก้ว มีเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี), อุทยานแห่งชาติทับลาน, ฐานปฏิบัติการป้องกันรักษาป่าวังมืด, ฐานปฏิบัติการป้องกันรักษาป่าเขานางจีน, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา), เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, องค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้ว, ทีมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ตำบลเขาไม้แก้ว, สถานีตำรวจภูธรกบินทร์บุรี, โรงพยาบาลกบินทร์บุรี และทีมหน่วยกู้ภัย จำนวนกว่า 300 นาย ได้มีการประชุมเตรียมความพร้อมในการจับและเคลื่อนย้ายเจ้าสีดอโหนกช้างป่าจากเขาอ่างฤาไน

ในการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้จะแบ่งกลุ่มแบ่งหน้าที่ในการปฏิบัติงานกัน โดยชุดยิงจะเข้าไปดูพื้นที่และยิงยาซึม พร้อมกับทีมเคลื่อนย้ายจะเตรียมอุปกรณ์เอาไว้รอ เช่น รถแบ๊กโฮ รถบรรทุก และคนที่จะใช้ในการดึงช้างขึ้นรถเตรียมไว้ และรอการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ชุดยิงหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ชุดยิงได้มีการประเมินสถานการณ์ว่าสามารถยิงยาซึมได้หรือไม่ จึงจะมีการประสานไปทางชุดขนย้ายเพื่อที่จะได้เข้าไปในพื้นที่เพื่อทำการขนย้ายไปในพื้นที่ที่ทางเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนได้กำหนดไว้ ระหว่างการขนย้ายได้มีการเตรียมจุดฉุกเฉินไว้ 10 จุด เผื่อระหว่างทางเกิดการฉุกเฉินก็จะสามารถนำลงได้ระหว่างทาง

ด้านนายอำนาจ ม่วงปรางค์ ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ 1 ปราจีนบุรี กล่าวว่า ในวันนี้จะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 และเจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 และเจ้าหน้าที่จากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่ามาบูรณาการในการทำงาน โดยมีทีมยิงยาซึมจากทีมสัตวแพทย์สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ 1 และได้มีเจ้าหน้าที่ที่ช่วยในการขนย้ายคือเจ้าหน้าที่จากสำนักอนุรักษ์ที่ 2 ขั้นตอนการปฏิบัติต่อไปคือทางเจ้าหน้าที่ชุดยิงยาจะเข้าไปในพื้นที่เพื่อไปประเมินสถานการณ์สภาพความเหมาะสมในการดำเนินการหรือยัง ถ้าช้างอยู่ใกล้แหล่งน้ำเกินไปก็ไม่เหมาะ เพราะถ้ายิงยาสลบแล้วช้างลงไปในน้ำมันทำให้ช้างอาจจมน้ำตายได้ จะต้องดูพื้นที่ให้เหมาะสมที่จะยิง

เมื่อได้พื้นที่ที่เหมาะสมแล้ว เจ้าหน้าที่ยิงยาสลบจะต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนย้าย โดยเจ้าหน้าที่ได้เตรียมการไว้แล้ว ใช้เจ้าหน้าที่ประมาณ 150 คน ชุดเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว อุทยานแห่งชาติทับลาน ฐานปฏิบัติการของสำนักพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 และที่ 2 เราจะเคลื่อนย้ายไปที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ส่วนในช้างกลุ่มที่ออกมาหากินนอกเขตในจุดอื่นๆ ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่คอยผลักดันอยู่ พยายามที่จะไม่ให้ออกจากพื้นที่ แต่ก็ยากพอสมควรที่จะไปห้ามในการหากินมันก็เป็นเรื่องยาก แต่ก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อประชาชน ไม่อยากให้ได้รับความเดือดร้อน และเป็นเรื่องความเป็นความตายของประชาชน ขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนที่เห็นช้างเข้ามาหากินว่า ถ้าเจอช้างให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ที่สุด เราจะมีเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ที่สุดคือชุดผลักดันช้างเขาอ่างฤาไนที่เข้ามาช่วยอยู่ที่นี่ ใกล้ที่ไหนแจ้งที่นั่น และก็อย่าเข้าไปใกล้ ไม่ใช่เห็นช้างแล้วเข้าไปดูอาจจะทำให้เกิดอันตรายแก่ตัวเองได้

ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดปราจีนบุรีได้เดินทางเข้าพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดผลักดันช้างเขาอ่างฤาไน เพื่อให้การสนับสนุนการบินโดรนสำรวจค้นหาตำแหน่งของช้างเพื่อระบุตำแหน่งให้เจ้าหน้าที่ที่จะเข้าทำการยิงยาซึม เบื้องต้นได้บินสำรวจในตำแหน่งป่าที่เจ้าหน้าที่พบช้างครั้งล่าสุด แต่ยังคงไม่พบตัวช้าง เพราะป่าบริเวณนั้นเป็นป่าต้นตาลทำให้มองไม่เห็นตัวช้าง และเมื่อเวลา 17.30 น. ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดปราจีนบุรีได้ใช้โดรนบินสำรวจอีกครั้งพบเจ้าสีดอโหนกยืนอยู่บริเวณป่ายูคาติดกับคลองน้ำ หมู่ 5 บ้านสันดัน ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังจากนั้นได้ใช้โดรนบินอยู่บริเวณช้าง เพื่อทำให้ช้างได้เคลื่อนย้ายตัวข้ามคลองกลับเข้ามาบริเวณสวนดอกลีลาวดี หลังจากที่ใช้โดรนบินอยู่ประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง เจ้าสีดอโหนกก็เดินเลาะตามป่ายูคาข้ามคลองเดินผ่านไร่มันเข้าไปบริเวณสวนดอกลีลาวดีตามที่เจ้าหน้าที่ได้คาดการณ์เอาไว้

โดยเจ้าหน้าที่ชุดยิงยาซึมได้ซุ่มอยู่บริเวณบ้านร้างที่อยู่ภายในสวนดังกล่าว และเมื่อเวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ยิงยาซึมเข้าที่ตัวเจ้าสีดอโหนกด้วยกัน 2 ดอก ทำให้เจ้าสีดอโหนกวิ่งเตลิดข้ามถนนในไร่ไปบริเวณป่าหนองกระดิกนิ้ว ซึ่งเป็นป่าที่เจ้าสีดอโหนกได้ใช้อาศัยและได้ทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ชุดยิงยาซึมได้เดินเท้าแกะรอยเข้าไปจนพบตัวเดินอยู่ในป่าไผ่ที่อยู่ตรงข้ามกับป่าหนองกระดิกนิ้ว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ทำการยิงยาซึมเข็มที่ 3 และ 4 โดยใช้ระยะเวลากว่า 30 นาที ยาถึงจะออกฤทธิ์ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดไม้ด่อน (คือไม้ไว้ใช้ประเมินอาการของช้าง จะใช้เป็นไม้ไผ่ก็ได้ โดยมีความยาวประมาณ 3.20 เมตร ใช้สะกิดไปที่ตัวช้างเพื่อดูอาการของช้าง เป็นความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปประเมินอาการของช้างแทนที่จะใช้มือไปสัมผัสกับตัวช้างโดยตรง) ได้เข้าไปประเมินอาการของช้างแล้วพบว่าอยู่ในอาการซึมจากฤทธิ์ยา เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปใส่ปลอกคอที่สัญญาณดาวเทียม (GPS Collar) และได้นำรถแบ๊กโฮเข้ามาเปิดช่องทางการเดินรถเพื่อให้รถ 10 ล้อ เข้ามาในพื้นที่เพื่อทำการขนย้าย

โดยวิธีการขนย้ายเจ้าสีดอโหนกนั้นหลังจากเจ้าหน้าที่เข้าไปประเมินอาการแล้วพบว่าเจ้าสีดอโหนกอยู่ในอาการซึมจากฤทธิ์ยา จึงได้ใช้รถ 10 ล้อเข้ามานำเจ้าสีดอโหนกขึ้นรถ โดยใช้เชือกผูกขาทั้ง 4 ขาไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันดึงเท้าให้เดินขึ้นรถ ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถนำเจ้าสีดอโหนกขึ้นรถ 10 ล้อได้สำเร็จ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการขนย้ายเจ้าสีดอโหนกไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กบินทร์บุรี อำนวยความสะดวกให้ตามเส้นทาง คาดว่าน่าจะใช้เวลาในการเดินทางไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนประมาณ 4 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่เจ้าสีดอโหนกขึ้นรถบรรทุกแล้วสังเกตที่ตาเหมือนกับมีน้ำตาไหลออกมา สร้างความน่าสงสารยิ่งนักกับผู้พบเห็น

นางวนัฐภรณ์ เจาะพรหมมา อายุ 50 ปี ชาวบ้าน ต.เขาไม้แก้ว กล่าวว่า ได้ฝันเห็นช้างมาหากินพืชสวนที่บ้าน หลังจากฝันได้เพียง 4 วัน ช้างก็มาจริงๆ ได้ยินเสียงหมาเห่าเมื่อตอนตี 1 ก็เอาไฟฉายส่องดูก็เห็นช้างตัวนี้มาหากินอยู่คนละฝั่งคลอง ทีแรกคิดว่าเขาจะไม่ข้ามคลองมา พอมาตี 4 เสียงโดดน้ำข้ามคลองมาจริงๆ ตนก็เลยบอกว่า “หิวก็มากินกล้วยที่ปลูกไว้ กินได้เลย ส่วนผลไม้ในสวนอย่าไปกิน ลูกขอ ถ้ากินไม่อิ่มอ้อยก็มี” เขาก็ไม่กินจริง เหมือนกับเขารู้ พอวันนี้รู้ว่าเจ้าหน้าที่จะมาจับเขาไปตนรู้สึกสงสารจนน้ำตาซึม เหมือนเขากับเรามีความผูกพันกัน วันนี้ได้ทำขันธ์ 5 มาขอขมา ขอโทษว่าเขากับเราไม่มีอะไรกัน ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่จะให้เข้าไปหรือไม่

ส่วนนายทวน จันทร์ฟอง อายุ 67 ปี ชาวบ้านสันดัน กล่าวว่า รู้สึกกลัวไม่กล้าออกจากบ้าน ไร่ สวน ก็ไม่กล้าออกไปทำ กลางคืนก็เข้าบ้านนอน หลังจากที่ทราบว่าช้างตัวนี้ฆ่าคนตายมาหลายแล้วนึกว่าผีคงสิงช้างตัวนี้แล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon