หน้าแรก ภูมิภาค กลุ่มชาวไทยให...

กลุ่มชาวไทยใหม่ราไวย์รวมกลุ่มชุมนุมนับร้อย แกนนำจี้รัฐ ดันเป็นปัญหา’วาระแห่งชาติ’

10.02.16 | 16:18 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเช้าวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่บริเวณทางเท้าฝั่งสนามชัย ตรงกันข้ามศาลากลางจังหวัดภูเก็ต กลุ่มชาวไทยใหม่ราไวย์ อำเภอเมืองจังหวัดภูเก็ต ทั้งชายหญิง เด็ก และผู้สูงอายุ จำนวนประมาณ 100 คน นำโดย นายนิรันดร์ หยังปาน มารวมตัวกันพร้อมนำเอาสำเนาข่าวที่หนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ มาจัดแสดงในระหว่างการมารอคำตอบจากรัฐบาล

ทั้งนี้การชุมนุมในครั้งนี้เป็นไปโดยสงบของกลุ่มชาวไทยใหม่ราไวย์ที่ได้ดำเนินมาเป็นวันที่ 2 แล้ว เริ่มจากช่วงเวลา 09.00 น.เศษนัดหมายเตรียมพร้อมกันที่สนามชัย จนกระทั่งประมาณเวลา 10.00 น.ผู้ชุมนุมประมาณ 100 คน ได้ทยอยเคลื่อนลงมาตรงริมถนนหน้าศาลากลาง ปูเสื่อ กางผ้ายางกันแดดปักหลักไปจนถึงในช่วงเย็น วันเดียวกันนี้

หลังจากที่ในระหว่างวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์นี้ นายสนิท แซ่ซั่ว แกนนำและกลุ่มชาวไทยใหม่ราไวย์ส่วนหนึ่งเคยเดินทางไปยื่นข้อเรียกร้องให้มีการแก้ปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินระหว่างชาวไทยใหม่ราไวย์กับบริษัท บารอนเวิลด์เทรด จำกัด ที่กระทรวงทบวงกรมที่เกี่ยวข้องในกรุงเทพมหานคร โดยนำเอาการแสดงร็องเง็งไปร่วมด้วย เพื่อผลักดันให้การเรียกร้องของกลุ่มชาวไทยใหม่ของราไวย์เป็นพื้นที่การแก้ไขนำร่องเพราะชุมชนชาวมอแกน มอแกลนหรืออุรักลาโว้ย ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน 20 ชุมชนต่างประสบปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน ความขัดแย้งในการใช้พื้นที่สาธารณะ ที่รัฐบาลควรให้เป็นวาระแห่งชาติ และขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI รับเป็นคดีพิเศษและระหว่างการเดินทางมารวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัดปรากฎว่ามีผู้พยายามสกัดกั้นอีกด้วย พร้อมกันนี้มีการแจกจ่ายเอกสารสำเนาแถลงการณ์ชาวราไวย์ : กรณี ความขัดแย้งกับเอกชนจนเกิดเหตุการณ์ปะทะกับกลุ่มที่มีอิทธิพลในพื้นที่ สำหรับประชาชนที่สนใจด้วย

สำหรับข้อความในแถลงการณ์ระบุว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นบริเวณชายหาดราไวย์และมีพี่น้องชุมชนชาวเลราไวย์ถูกกระทำ เป็นเหตุการณ์ที่มีสื่อนำเสนออย่างกว้างขวางเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2559 แล้วนั้น แต่มีบางบุคคลนำข้อมูลไปบิดเบือนจึงขอเสนอข้อเท็จจริงดังนี้ คือ

1.ข้อพิพาทในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่หน้าชายหาด ซึ่งเป็นที่สาธารณะคนละแปลงกับพื้นที่อยู่อาศัยที่มีการฟ้องร้องกันอยู่ในปัจจุบัน โดยพื้นที่หน้าชายหาดเป็นพื้นที่ที่ชาวเลใช้ประกอบกิจกรรมและพิธีกรรมมายาวนานกว่าร้อยปี มีข้อมูลงานวิจัยและผลการตรวจสอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษยืนยัน

Advertisement

2.ชาวเลราไวย์ไม่ได้ต่อต้านการดำเนินการพัฒนาพื้นที่ของเอกชนแต่อย่างใด และได้มีการเรียกร้องมาตลอดตั้งแต่ปี 2549 ให้หน่วยงานภาครัฐตรวจสอบพื้นที่สาธารณะเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน ประกอบด้วยพื้นที่คลองหลาโอน พื้นที่สาธารณะหน้าชายหาดเส้นทางสัญจรที่มีมาแต่โบราณ ชายหาดสาธารณะที่ชาวเลใช้ประกอบกิจกรรมในการประกอบอาชีพทางทะเลมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีพื้นที่ประกอบพิธีกรรม(บาลัย) แต่ไม่ได้มีการแก้ปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด

3. ก่อนที่จะมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น ในช่วงปี 2558 เอกชนและชาวเลราไวย์ได้มีการเจรจากันมาเป็นระยะๆ แต่เอกชนไม่ได้ส่งผู้มีอำนาจตัดสินใจได้มาเจรจา โดยมีการผัดผ่อนในเรื่องข้อตกลงโดยตลอด และระหว่างเจรจาก็จะมีความพยายามในการปิดกั้นเส้นทางหน้าชายหาดเป็นระยะๆ เช่นกัน จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2559 ได้มีการขอกำลังทหารจาก มทบ. 41 นครศรีธรรมราช มาคุ้มกันเอกชนเพื่อทำการปิดกั้นทางเดินสาธารณะ แต่เมื่อมีการสื่อข้อมูลออกไปทำให้เหตุการณ์ยุติลง จนกระทั่งวันที่ 27 มกราคม 2559 เอกชนได้นำกลุ่มวัยรุ่นกว่าร้อยคนมาทำการทุบตีชาวเลราไวย์ให้เกิดความหวาดกลัวและมีการนำหินมาถมปิดทางเข้าออกพื้นที่หน้าชายหาด จนมีชาวเลได้รับบาดเจ็บกว่า 30 ราย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนสำหรับสังคมไทยอย่างแท้จริง ในการแก้ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ ในขณะที่ทุนต้องการการพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ชุมชนดั้งเดิมหรือชนเผ่าเห็นเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับประชาชนใช้ร่วมกันการตรวจสอบพื้นที่โดยองค์กรภาครัฐที่ล่าช้านั่นคือการสมยอมให้พื้นที่สาธารณะตกไปเป็นผลประโยชน์ของเอกชนหรือกลุ่มทุนเพียงฝ่ายเดียว ชาวเลราไวย์ได้ดำเนินการแก้ปัญหาทั้งในระดับรัฐบาล และระดับพื้นที่อยู่ในขณะนี้ เพื่อให้พื้นที่สาธารณะมีความเป็นจริงในสังคมไทย
ลงชื่อ ชาวเลราไวย์

ข่าวแจ้งว่าในเวลา 09.30 น.วันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ ที่ห้องศรีตรัง โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต กลุ่มผู้ที่อ้างกรรมสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดินหรือเจ้าของที่ดิน มีกำหนดการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับปัญหาที่ดินที่ออกเอกสารสิทธิครอบคลุมหมู่บ้านชาวไทยใหม่ราไวย์