พบฟอสซิลสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่น้ำหนาว คาดเป็นชิ้นส่วนหน้าแข้งไดโนเสาร์ รอผู้เชี่ยวชาญกรมทร้พย์ฟังธง ใช่ยุคเดียวกับโปรโซโลพอดอายุ 200 ล้านปีที่เคยพบก่อนหน้านี้หรือไม่
เมื่อวันที่ 9 เมษายน นายวิศัลย์ โฆษิตานนท์ ผู้อำนวยการอุทยานธรณีเพชรบูรณ์ กล่าวว่า หลังจากทางอุทยานธรณีเพชรบูรณ์ได้รับรายงานจากตัวแทนในพื้นที่อ.น้ำหนาวว่า ก่อนหน้านี้นายเล็ง สนทอง ราษฎรบ้านห้วยหญ้าเครือ ต.น้ำหนาว อ.น้ำหนาว พบซากฟอสซิล ซึ่งเข้าใจว่าเป็นชิ้นส่วนกระดูกของสัตว์ดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่ไม่ทราบชนิดภายในไร่ของตนเอง จากการไถที่ดินทำกิน เพื่อเตรียมเพาะปลูกทำไร่มันสำปะหลัง ทำให้พบซากฟอสซิลชิ้นส่วนกระดูกดังกล่าวจำนวน 3 ชิ้น
โดยมีพบว่าลักษณะคล้ายกระดูกสัตว์ ได้แปลสภาพเป็นหินซึ่งมีความหนักกว่ากระดูกปรกติโดยทั่วไป มีน้ำหนักทั้ง 3 ชิ้นรวมกันกว่า 4.5 กิโลกรัม เมื่อได้นำทั้งสามชิ้นมาต่อกันพบว่ามีความยาวอยู่ที่ 59 เซนติเมตร
นายวิศัลย์ กล่าวว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 7 เมษายน มีการประชุมหมู่บ้าน จึงมีการนำชิ้นส่วนฟอสซิลดังกล่าวมาที่ศูนย์เรียนรู้หมู่บ้าน เพื่อให้ผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านได้ดู โดยมีตัวแทนอุทยานธรณีฯที่บ้านห้วยหญ้าเครือตรวจสอบเบื้องต้น โดยเฉพาะเมื่อนำชิ้นส่วนฟอสซิล 3 ชิ้นที่พบมาต่อประกอบกัน กระทั่งพบเป็นชิ้นส่วนเดียวกัน โดยสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นกระดูกหน้าแข้งของสัตว์โลกยุคดึกดำบรรพ์ชนิดหนึ่งโดยเฉพาะไดโนเสาร์
จึงแจ้งรายงานให้ทางอุทยานธรณีเพชรบูรณ์ได้ทราบ จากนั้นมีการส่งข้อมูลไปยังตัวแทนกรมทรัพย์ธรณีวิทยา กระทั่งมีการขอให้จัดส่งภาพเพิ่มเติมในคืนวันนั้นเลย กระทั่งเบื้องต้นมีการสรุปว่าเป็นซากสัตว์ดึกดำบรรพ์แน่นอน และมีความเป็นไปได้มากว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนกระดูกส่วนหน้าแข้งของไดโนเสาร์ ส่วนจะให้แน่ชัดจะต้องทำการสำรวจเพิ่มเติม
“จนเมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา ทางทีมงานอุทยานธรณีเพชรบูรณ์ โดยการนำของนายสุชิน อินทร์สา ผู้ทรงคุณวุฒิอุทยานธรณีเพชรบูรณ์ ได้ลงพื้นที่ทำการสำรวจบริเวณไร่นายเล็ง ณ จุดที่พบซากฟอสซิลดังกล่าว โดยมีการเก็บข้อมูลสภาพภูมิศาสตร์และพิกัดสถานที เพื่อจะได้ตรวจสอบชั้นหินเป็นชนิดไหนอายุเท่าไหร่ถึงจะกำหนดได้ว่าสัตว์ดึกดำบรรพ์ในยุคหรือชนิดไหน เพราะแผนที่ทางธรณีจะสามารถบ่งชี้ได้ว่าหินชนิดนี้น่าจะเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ชนิดไหน

นายวิศัลย์ ผอ.อุทยานธรณีเพชรบูรณ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจซึ่งมีนักวิชาการธรณีวิทยาอิสระซึ่งอยู่ในพื้นที่ร่วมคณะไปด้วย สันนิษฐานในเบื้องต้นว่าน่าจะมีฟอสซิลส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมอีก จึงขอให้ทางเจ้าของที่ดินช่วยอนุรักษ์บริเวณจุดที่พบฟอสซิลดังกล่าวไว้ก่อน ซึ่งนอกจากเจ้าของที่ดินจะให้ความร่วมมืออย่างดีแล้ว ยังมอบซากฟอสซิลดังกล่าวให้ทางอุทยานฯนำกลับมาเพื่อทำการศึกษาค้นคว้าอีกด้วย ส่วนความคืบหน้าขณะนี้นั้น คงต้องรอผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญสัตว์ดึกดำบรรพ์หรือไดโนเสาร์โดยเฉพาะลงพื้นที่มาทำการสำรวจอีกครั้ง
นายวิศัลย์ กล่าวอีกว่า เมื่อ 280-240 ล้านปีพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ เกิดจากเคลื่อนตัวเข้าหากันของเปลือกโลกหรืออนุทวีป 2 แผ่น คือ อินโดไชน่า (Indochina Micro Plate) ทางตะวันออก และ ชาน-ไทย (Shan-Thai Micro Plate) ทางตะวันตก จึงเกิดการดันและยกตัวของทะเลดึกดำบรรพ์ขึ้นมากลายเป็นแผ่นดินและภูเขา ทำให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาต่างๆขึ้นมากมาย
ที่ผ่านมาที่ อ.น้ำหนาวมีการพบฟอสซิลชิ้นส่วนไดโนเสาร์ชนิดโปรซอโลพอด ในชั้นหินหมวดน้ำพองยุค Triassic (ไทรแอสซิก) อายุประมาณ 200 ล้านปี โดยถือเป็นไดโนเสาร์ที่เก่าแก่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยส่วนตัวจึงสันนิษฐานว่าชิ้นส่วนฟอสซิลที่พบล่าสุดที่บ้านห้วยหญ้าเครือก็น่าจะอยู่ในยุคใกล้เคียงกัน




