หน้าแรก ภูมิภาค อยู่ไปได้ไง! ...

อยู่ไปได้ไง! เจ้าของเปิดสภาพบ้าน หลังผู้เช่าค้างจ่ายเป็นแสน ผงะกลิ่นหึ่ง ขยะล้นห้อง

16.04.22 | 13:36 น.

เจ้าของบ้านสุดช้ำ แนะเลือก ‘ผู้เช่า’ ให้ดี หลังเจอค้างจ่ายเป็นแสน สภาพเละ ขยะล้นห้อง

เจ้าของห้องเช่าใน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี สุดเซ็งถูกผู้เช่าชักดาบ เผ่นหนี ไม่ยอมจ่ายเงินค่าเช่ารายเดือนเป็นเงินกว่า 1 แสนบาท แถมยังทิ้งขยะกองโตไว้เต็มห้องให้ดูต่างหน้าอีก ช้ำใจปล่อยบ้านทรุดโทรม ถูกตัดน้ำตัดไฟนานกว่า 4 ปี จึงได้นำเรื่องโพสต์เป็นเรื่องเตือนใจกับคนอื่นๆ ที่มีบ้านให้เช่า


เมื่อวันที่ 15 เมษายน ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Chommanard Lebkhurt ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพในกลุ่มเฟซบุ๊ก “ณ โพธาราม” เพื่อเป็นอุทาหรณ์ ระบุว่า

“ฝากถึงคนมีบ้านให้เช่านะคะ เวลาจะให้ใครเช่าบ้านต้องเช็กประวัติให้ดี สัญญาเช่าต้องมี ขอสำเนาเอกสารให้ครบ…เจอมากับตัวเอง ตอนแรกๆ ก็จ่ายค่าเช่า ต่อมาก็ขอผลัดค่าเช่าไปเรื่อยๆ สุดท้ายคือไม่จ่าย ค่าไฟฟ้าไม่จ่ายโดนตัดไฟ…

แจ้งศูนย์ดำรงธรรมเพื่อนัดไกล่เกลี่ยไม่ยอมมา…นัดขึ้นศาลไม่ยอมไป ศาลตัดสินให้ย้ายออกจากบ้านเช่าไม่ยอมออก…กรมบังคับคดีต้องมาถึงบ้านเช่า นำเอกสารมาให้เซ็นรับทราบถึงยอมออก…

Advertisement

กว่าเรื่องจะจบใช้เวลามากกว่า 2 ปี จ่ายเงินดำเนินการเยอะ…แล้วนี่คือสภาพบ้านเพียงส่วนหนึ่ง ไม่รู้อยู่ได้ยังไง เคยเห็นแต่ในข่าวไม่คิดว่าจะมาเจอกับตัวเอง…

#ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย #คนแย่ๆ ที่ไม่อยากให้อยู่ในโพธาราม #เดี๋ยวก็คงไปทำแบบนี้กับที่บ้านเช่าที่ใหม่ #ได้ข่าวว่าตอนนี้ย้ายไปอยู่บ้านเช่าอีกฝั่งของแม่น้ำ #จากบ้านที่น่าอยู่ กลายเป็นกองขยะ หลังจากที่โพสต์นี้ถูกแชร์ออกไปมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อไปยังเจ้าของโพสต์ ทราบชื่อคือ น.ส.ชมนาด อายุ 40 ปี เจ้าของห้องเช่า เป็นบ้าน 2 ชั้น กึ่งไม้กึ่งปูนเรียงเป็นแถว

เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปถึงกับผงะกับกลิ่นเหม็นคละคลุ้งทั่วห้อง เต็มไปด้วยกองขยะ ทั้งเสื้อผ้า ที่นอน หมอน แถมยังมีถุงพลาสติก ขวดน้ำดื่มจำนวนมาก มีเศษดิน ทิ้งไว้กระจายเกลื่อนห้อง จนแทบไม่เหลือทางให้เดิน ในห้องน้ำมีสิ่งของเครื่องใช้ที่หมดสภาพถูกทิ้งไว้เต็มห้อง แถมพวกเฟอร์นิเจอร์ อ่างล้างหน้า ก๊อกน้ำทองเหลือง พัดลมเพดาน ถูกถอดหายไปจนเกลี้ยง

ส่วนชั้น 2 ยังพบกองขยะอีกจำนวนมาก ทั้งถังน้ำ ขวดน้ำที่ภายในมีปัสสาวะส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง แต่ที่น่าตกใจคือพบเข็มฉีดยาที่ถูกใช้แล้ววางไว้ตามจุดต่างๆ ทั้งที่พื้น ใต้บันได ผนังบ้านจำนวนมาก ส่วนไฟฟ้าถูกตัดและยกหม้อไป รวมไปถึงน้ำประปาด้วย

เจ้าของห้องเช่าเล่าว่า ได้บ้านหลังนี้มาจากอาม่าที่มอบมรดกตกทอดมาให้ เป็นบ้านที่สะอาดมาก อาม่ารักบ้านแม้กระทั่งเศษผมยังไม่มีตกให้เห็นที่พื้น แต่เมื่ออาม่าเสีย ประกอบกับตนต้องไปเรียนและทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ จึงได้ปรึกษากับคุณพ่อว่าจะปล่อยให้เช่าเพื่อจะได้มีคนมาช่วยดูแลบ้านจะได้ไม่ทรุดโทรมเพราะไม่มีคนอยู่

ครั้งแรกมีนักศึกษามาเช่าก็ปกติดี พอนักศึกษาย้ายไป ต่อมามีผู้เช่าเป็น 2 สามีภรรยา วัย 38 ปี และหญิง วัย 23 ปี มีอาชีพค้าขายตามตลาดนัด มาขอเช่าอยู่ ตอนแรกๆ ก็จ่ายค่าเช่าดี จนเข้าสู่ปีที่ 3 เริ่มผลัดค่าเช่าไปเรื่อย สุดท้ายคือไม่จ่าย

ตนก็พยายามมาแจ้งให้ออกแต่ทั้ง 2 คนก็ไม่ยอมออก จึงได้ไปร้องทางศูนย์ดำรงธรรมเพื่อนัดไกล่เกลี่ย ทั้ง 2 คนก็ไม่ยอมมา จากนั้นจึงได้ไปฟ้องร้องต่อศาลราชบุรี ศาลได้นัดทั้ง 2 คนมาขึ้นศาลก็ไม่ยอมไป ศาลตัดสินให้ย้ายออกจากบ้านเช่าแต่ทั้งคู่ก็ไม่ยอมออก ดื้อแพ่งอย่างเดียว จึงได้ไปร้องกรมบังคับคดี

โดยเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงบ้านเช่าที่ทั้ง 2 คนอยู่ และนำเอกสารมาให้เซ็นรับทราบ ทั้ง 2 คนจึงยอมออกจากบ้านดังกล่าว โดยตนต้องเสียเวลานานรวม 4 ปี จึงจะให้ทั้ง 2 คนออกจากบ้านได้

ตนจึงอยากฝากเตือนคนที่ทำบ้านให้เช่า ก่อนรับคนเช่าต้องตรวจสอบเอกสาร ทำสัญญา และดูพฤติกรรมของคนเช่า เพื่อไม่ให้เป็นแบบตนเอง จากบ้านที่น่าอยู่กลายเป็นกองขยะตามที่เห็นในภาพ