ทัวร์โรงจำนำ ที่พึ่งคนไทยยามเปิดเทอม
ใกล้เปิดภาคเรียนในเดือนพฤษภาคม เป็นภาระของผู้ปกครองต้องเตรียมเงินไว้จ่ายค่าเทอม ค่าอุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบชุดนักเรียนให้กับบุตรหลาน
ภายใต้สภาพเศรษฐกิจที่ค่าครองชีพสูง โควิด-19 ระบาด ทำมาหากินไม่ค่อยได้ หลายคนขาดสภาพคล่อง จำเป็นต้องนำทรัพย์สินส่วนตัวไปจำนำ
จากการสำรวจสถานธนานุบาล น.ส.ชนกานต์ ปัดทุมมา ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลนครขอนแก่น แห่งที่ 1 จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ช่วงที่กำลังจะมีการเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2565
สำนักงานคณะกรรมการจัดการสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ส่งมายังผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอื่นๆ ยกเว้นจังหวัดบึงกาฬ
ให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีสถานธนานุบาลในสังกัดทุกแห่ง ให้คิดดอกเบี้ยรับจำนำสำหรับผู้ที่นำทรัพย์สินมาจำนำ ระหว่างวันที่ 1 พ.ค. ถึงวันที่ 30 มิ.ย.2565 ดังนี้
1.เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ต่อเดือน 2.เงินต้นเกินกว่า5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน สำหรับผู้ที่มาใช้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2565 ให้คิดอัตราดอกเบี้ย ดังนี้ 1.เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.50 ต่อเดือน 2.เงินต้นเกินกว่า 5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน
น.ส.ชนกานต์ระบุว่า นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด มีประชาชนเดินทางนำเอาทรัพย์มีค่ามาจำนำกับโรงจำนำอย่างต่อเนื่องทรัพย์มีค่าส่วนใหญ่กว่า 99 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นทองคำ
รองลงมา คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือทางการเกษตร เช่น โทรทัศน์ พัดลม จักรเย็บผ้าไฟฟ้า และเครื่องตัดหญ้า รวมทั้งเครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น หัวเตาแก๊สหุงต้ม นอกจากนั้นยังมีสิ่งทอ เช่น ผ้าไหมที่มีลวดลายสวยงาม
ในช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้บรรยากาศจะเริ่มคึกคักมากขึ้น เนื่องจากจะมีประชาชนและผู้ปกครองมาใช้บริการ เพื่อนำเงินไปเป็นค่าใช้จ่ายให้กับบุตรหลานในช่วงเปิดภาคเรียน โดยขณะนี้สถานธนานุบาลเทศบาลนครขอนแก่น แห่งที่ 1 เตรียมเงินทุนสำรอง ไว้บริการประชาชนกว่า 151 ล้านบาท น.ส.ชนกานต์กล่าว
ขณะที่ นางภครัช จักขุเรือง ผู้จัดการสถานธนานุบาล 1 (ท่าแพ) เทศบาลนครเชียงใหม่ เผยว่า ปีนี้การรับจำนำเมื่อเทียบปีที่แล้วลดลงกว่า 20% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ
ประชาชนที่นำทรัพย์สินมาจำนำ ส่วนใหญ่เป็นทองรูปพรรณและเครื่องประดับ 90% เครื่องใช้ไฟฟ้าอีก 10% อาทิ ทีวี เครื่องเสียง เครื่องมือช่าง ส่วนเครื่องครัว อาทิ ครก ยังไม่มีผู้นำมาจำนำแต่อย่างใด
ช่วงเปิดเทอม รับจำนำทองบาทละ 22,000 บาท แต่ผู้จำนำ ส่วนใหญ่ขอวงเงินจำนำเฉลี่ย 15,000-20,000 บาท/ราย ขึ้นอยู่กับความจำเป็นใช้เงิน ในช่วงราคาทองแพง ทะลุบาทละ 30,000 บาท มีผู้มาขอไถ่ถอนกว่า 50% เพื่อนำไปขายต่อ หรือบางส่วนนำกลับมาจำนำต่ออีกครั้ง แต่ผู้ใช้บริการไม่ปล่อยให้ทรัพย์สินหลุดจำนำ ถ้ายังไม่มาไถ่ถอน ใช้วิธีต่อดอกเบี้ยจนถึง 3 เดือน เนื่องจากดอกเบี้ยต่ำ นางภครัชกล่าว
และว่า ช่วงเปิดเทอมได้สำรองเงินหมุนเวียนรับจำนำกว่า 100 ล้านบาท โดยคิดเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท ดอกเบี้ย 0.25 บาท เกิน 5,000 บาท ดอกเบี้ย 1 บาท ถ้าเกิน 30,000 บาท ดอกเบี้ย 1.25 บาทเท่านั้น
ด้าน น.ส.สิริวรรณ ควรหา ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลนครนครราชสีมา แห่งที่ 2 เขตเทศบาลนครนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า พ่อแม่ ผู้ปกครอง เริ่มนำทรัพย์สินมาจำนำเพิ่มมากขึ้น เพราะใกล้เปิดภาคเรียน
ปกติมาใช้บริการแค่วันละ 100-150 คนเท่านั้น แต่ในช่วงเทศกาลและช่วงใกล้เปิดเทอมจะใช้บริการเพิ่มขึ้น ถึงวันละกว่า 200 คน สถานธนานุบาลฯจึงเตรียมเงินทุนหมุนเวียนไว้ราว 150 ล้านบาท สำรองไว้ให้เพียงพอต่อความต้องการ
คาดว่าจะมีประชาชนมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาทองคำ ทองรูปพรรณ จะมีคนนำมาจำนำมากสุดเพราะได้ราคาดี นอกนั้นเป็นเครื่องมือเครื่องใช้เบ็ดเตล็ด เครื่องมือทางการเกษตร ส่วนทรัพย์สินแปลกๆ จะเป็นครก เครื่องทำครัว เครื่องตัดหญ้า และเครื่องนวดฝ่าเท้า เป็นต้น
ในขณะที่ทองรูปพรรณคนนำมาจำนำในอัตราที่ลดลง เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ทองคำราคาพุ่ง คนจึงแห่เทขาย ทองคำที่อยู่ในมือจึงลดลง แต่กำลังซื้อกลับยังน้อยจึงนำทองมาจำนำลดลง ส่งผลให้เงินรายได้เข้าสถานธนานุบาลฯน้อยลงด้วย
นายทวีวงศ์ วงศ์ช่วย ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลนครหาดใหญ่ กล่าวว่า ระยะหลังลูกค้าจะมาใช้บริการลดน้อยลง จากเดิมเฉลี่ยวันละ 200 คน ขณะนี้เหลือประมาณวันละ150 คน
ส่วนหนึ่งเนื่องจากลูกค้าไม่มีสินค้ามาจำนำแล้ว โดยเฉพาะทองรูปพรรณ ที่ก่อนหน้านี้ได้มาไถ่ถอนออกไปหลังจากราคาทองคำปรับเพิ่มสูงขึ้น เพื่อนำไปขายซึ่งจะได้เงินมากกว่า
นอกจากนั้นก็ยังมีโรงรับจำนำเอกชนที่จะรับจำนำในราคาสูงกว่า ส่วนหนึ่งก็หันไปใช้บริการโรงรับจำนำเอกชนแทน ทำให้ขณะนี้ลูกค้าที่มาใช้บริการในส่วนทองรูปพรรณจะเส้นเล็กลง ส่วนสินค้าประเภทเครื่องมือช่าง ส่วนใหญ่มาจำนำเอาไว้ แล้วไม่ได้มาไถ่ถอนคืน บางรายเลิกกิจการไปแล้วก็มี
ยังมีสินค้าที่จำใจต้องรับเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นพานทองเหลือง เตารีดโบราณ เครื่องใช้ทองเหลือง เครื่องเงิน เครื่องดูดเสมหะ ปากกา เครื่องดนตรี หม้อหุงข้าว เครื่องซักผ้า ทีวี
สินค้าบางอย่าง อย่างเครื่องดูดเสมหะนั้น รับจำนำไว้ราคา 1,000 บาท แต่เมื่อหลุดจำนำจะขายทอดตลาดก็ไม่มีใครซื้อ ดังนั้น ก็เลยต้องเอาไปบริจาคแทน
ประเมินว่าในช่วงใกล้เปิดภาคเรียนน่าจะมีสินค้ามาจำนำน้อยลงไป เพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็จำนำไปก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ตาม ทางโรงรับจำนำก็เตรียมพร้อมในการให้บริการลูกค้าเอาไว้ โดยมีเงินหมุนเวียนจำนวน 50 ล้านบาท และมีเงินสำรองฉุกเฉินเอาไว้ 120 ล้านบาท หากลูกค้ามาใช้บริการจำนวนมากก็พร้อมที่จะให้บริการช่วยเหลือประชาชน นายทวีวงศ์กล่าวทิ้งท้าย
เป็นบรรยากาศของธุรกิจที่ตั้งใจช่วยประชาชน ให้มีเรี่ยวแรงสู้ชีวิตในยามเปิดเทอม

