นายชัยมงคล ไชยรบ นายก อบจ.สกลนคร กล่าวว่า ในอดีตตนเป็นครูสอนหนังสือในพื้นที่ อ.สว่างแดนดิน และมีโอกาสนำนักเรียนเข้าเฝ้ารับเสด็จอยู่เสมอ ตลอดที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินในพื้นที่ จ.สกลนคร เพื่อปฏิบัติพระราชกรณียกิจ พระองค์จะเสด็จฯ ไปตามพื้นที่ต่างๆ ส่วนใหญ่ไม่มีหมายล่วงหน้า และหากเสด็จฯ ไปพื้นที่ไหนพระองค์มักจะเสด็จฯ ไปยังหมู่บ้านต่างๆ เพื่อตรัสถามราษฎรถึงความเป็นอยู่ทุกข์ยาก จนเป็นที่มาของภาพประวัติศาสตร์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงก้มลงผูกเชือกฉลองพระบาทด้วยพระองค์เอง ที่หลายคนอาจจะเคยเห็นคุ้นตามาบ้างแล้ว
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้เมื่อ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2533 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง จากพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ไปยังศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงขับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดศรีสุข บ้านสร้างฟาก ต.เจริญศิลป์ กิ่ง อ.เจริญศิลป์ (ในขณะนั้นก่อนได้รับการยกฐานะเป็น อ.เจริญศิลป์)
ชาวบ้านสร้างฟากต่างทราบข่าวว่าพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนิน ต่างมาเฝ้ารอรับเสด็จในบริเวณวัดเพื่อชื่นชมพระบารมี โดยพระองค์ได้เสด็จขึ้นยังศาลาการเปรียญ ทรงถวายปัจจัยเพื่อใช้บำรุงวัด ผ้าห่ม และยารักษาโรคแด่เจ้าอาวาสวัดศรีสุข ตลอดจนมีพระราชดำรัสกับเจ้าอาวาสและพระภิกษุจากวัดใกล้เคียงถึงสภาพความเป็นอยู่ของราษฎรในหมู่บ้านต่างๆ ในเขตพื้นที่ ต.เจริญศิลป์ ก่อนพระองค์จะเสด็จลงจากศาลาการเปรียญ ทรงก้มลงผูกเชือกฉลองพระบาทด้วยพระองค์เอง จึงเป็นที่มาของภาพประทับใจแก่ราษฎรที่มาเฝ้ารอรับเสด็จยากที่จะลบเลือนจากความทรงจำในวันนั้นได้
นายสมาน ศิลาแดง นายกเทศมนตรีตำบลเจริญศิลป์ กล่าวว่า ยากที่จะเอ่ยบรรยายออกมาเป็นคำพูดถึงเหตุการณ์ในวันนั้น เพราะปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ครั้งหนึ่งจะได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างใกล้ชิด ในความรู้สึกขณะนั้นพระองค์คือผู้สูงส่ง เพราะเป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน และการจะเข้าใกล้เป็นเรื่องลำบาก เพราะในทีวีมีพิธีขั้นตอนมากมายกว่าจะได้เข้าเฝ้ารับเสด็จ แต่ในพื้นที่เสด็จจริงต่างกันอย่างสิ้นเชิง พระองค์ท่านไม่ถือพระองค์ แม้แต่เสด็จพระราชดำเนินยังทรงขับรถยนต์พระที่นั่งด้วยพระองค์ ไม่แปลกใจที่พระองค์จะทรงผูกเชือกฉลองพระบาทด้วยพระองค์เอง หลังจากนั้นพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสระน้ำประจำหมู่บ้านและฝายน้ำยาม มีดำริให้เสริมสันฝายเก็บน้ำให้มากขึ้น ต่อมาเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรห้วยปลวก และมีดำริให้สร้างฝายเก็บน้ำเป็นระยะ เพื่อให้ราษฎรมีน้ำทำการเกษตรอย่างทั่วถึง
นายสมานและชาวบ้านทุกคนต่างทราบดีว่า พระองค์เสด็จสวรรคตแล้ว ชาวบ้านทุกคนต่างรู้สึกอาลัยอย่างยิ่ง แต่พ่อคงเหนื่อยมามากแล้ว จากนี้ไปเราทุกคนในหมู้บ้านรู้สึกภาคภูมิใจที่เกิดในรัชกาลที่ 9 ใต้ร่มพระบารมีของในหลวง ไม่มีกษัติรย์พระองค์ใดทรงงานหนักได้มากขนาดนี้ จึงขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ หากชาติหน้ามีจริงขอได้เกิดมารับใช้เบื้องพระยุคลบาทอีก

