‘พระบิดา’ หายตัว ติดต่อไม่ได้ ตร.ชัยภูมิจ่อฟันเพิ่มอีกหลายข้อหา พบแปรรูปไม้หวงห้ามด้วย
ความคืบหน้าหลังผู้ว่าฯชัยภูมิได้รับการประสานจากหมอปลา ให้ช่วยเข้าตรวจสอบมีการเปิดสำนักปฏิบัติธรรมมีฤๅษีตั้งตัวเป็นเจ้าสำนัก อ้างตัวเป็นใหญ่เป็นพระบิดาสูงกว่าทุกศาสนา ซึ่งมีการมอมเมาลูกศิษย์ หลงผิดลัทธิงมงายรักษาโรคสุดพิสดาร ทั้งกินอึ ฉี่ ขี้ไคล เสมหะ เศษน้ำเหลืองที่ต่อท่อออกมาจากโลงศพที่มีการตรวจพบในครั้งนี้ด้วยรวม 11 ศพ ที่เก็บไว้ในสำนักดังกล่าว โดยอ้างว่าเพื่อช่วยรักษาโรคและช่วยให้ผู้ตายได้ขึ้นสวรรค์!
ล่าสุด วันที่ 11 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดกรณี นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา พร้อมสื่อหลายสำนัก พร้อมประสานนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ชัยภูมิ และ พ.ต.อ.วัฒนชัย จันทาทุม ผกก.สภ.คอนสาร เข้าตรวจสอบที่สำนักปฏิบัติธรรมประหลาด ตั้งอยู่กลางป่าในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลดงกลาง อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีการกักขังผู้มาปฏิบัติธรรมและรักษาโรคโดยวิธีการแบบแปลกประหลาดไม่ถูกสุขลักษณะให้กินอุจจาระ ปัสสาวะ ขี้ไคล และเสมหะ ของฤๅษีเจ้าลัทธิเพี้ยนรักษาโรค รวมทั้งพบศพเก็บไว้ในสำนักดังกล่าวอีกรวม 11 ศพ
ก่อนควบคุมตัวฤๅษีรายนี้ วัย 74 ปี ซึ่งเป็นชาว จ.ขอนแก่น มาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีมาต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 พ.ค.65 ที่ผ่านมา และล่าสุดวานนี้ 10 พ.ค.65 ทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้นำหมายศาลเข้าตรวจสอบสำนักปฏิบัติธรรมรักษาโรคแบบพิสดารรายนี้โยละเอียดอีกครั้ง เพื่อรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อเจ้าสำนักลัทธิประหลาดรายนี้ หลังเบื้องต้นได้มีการแจ้งดำเนินคดีไปแล้ว 2 ข้อหา ในข้อหาบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อโควิด-19 และศาลจังหวัดภูเขียวได้ให้ฤๅษีเจ้าสำนักรายนี้ประกันตัวออกไปได้ในวงเงิน 50,000 บาท เมื่อวันที่ 9 พ.ค.65 ที่ผ่านมา
ซึ่งล่าสุดเจ้าสำนักลัทธิเพี้ยนรายนี้ หลังได้รับการประกันตัวพ้นต้องขังในเรือนจำภูเขียวจังหวัดชัยภูมิออกไปแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถติดต่อได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยรวมทั้งคณะลูกศิษย์สาวกที่ยังเหลืออยู่ในสำนักดังกล่าวอีกจำนวนมาเกือบ 100 คน ต่างพากันต้องเก็บข้าวของออกจากสำนักดังกล่าวกันแตกกระเจิง หลังทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้นำหมายศาลสนธิกำลังทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสำนักลัทธิเพี้ยนโดยละเอียดอีกครั้ง และทางจังหวัดประกาศให้ปิดสำนักดังกล่าวเพื่อตรวจสอบอายัดหลักฐานในพื้นที่ทั้งหมดแล้วมาตั้งแต่วานนี้ เพื่อรอตรวจสอบหลักฐานที่ชัดเจนดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อเจ้าสำนักลัทธิเพี้ยนรายนี้โดยเร็วต่อไปในขณะนี้ด้วย
โดยล่าสุดด้าน พ.ต.อ.วัฒนชัย จันทาทุม ผกก.สภ.คอนสาร เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีหลังวานนี้ทางชุดผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้มอบหมายรองผวจ.ชัยภูมิ พร้อมตนเอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นตรวจสอบอายัดหลักฐานการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องต่อฤๅษีเจ้าสำนักลัทธิดังกล่าวเพิ่มเติมพร้อมสั่งปิดสำนักดังกล่าวและให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ทั้งหมดให้เสร็จภายในไม่เกิน 10 วันจากนี้ไป เนื่องจากมีการดำเนินคดีเบื้องต้นใน 2 ข้อหาไปแล้ว ในข้อหาบุกรุกป่าพื้นที่สาธารณะ ที่ทางป่าไม้ตรวจสอบรวมมีพื้นที่สำนักดังกล่าวทั้งหมดรวม 26 ไร่
และร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งใน 2 ข้อหาเบื้องต้นที่มีการส่งฟ้องศาลฝากขังแต่ศาลได้อนุมัติให้ฤๅษีดังกล่าวได้รับการประกันตัวออกไปแล้วมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 พ.ค.65 ที่ผ่านมา
ซึ่งล่าสุดเองทาง จนท.ตร.ก็ยังไม่สามารถติดต่อเจ้าตัวฤๅษีผู้ต้องหารายนี้ได้หลังได้ประกันตัวไปแล้ว รวมทั้งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พร้อมที่จะแจ้งดำเนินคดีเพิ่มเติมอีกหลายข้อหาเพิ่ม ที่ทั้งข้อหาการรักษาโรค ผิด พ.ร.บ.เวชกรรม ที่ไม่เป็นไปตามหลักสาธารณสุข
ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งจาก จนท.สสจ.ที่เกี่ยวข้อง รอรวบรวมหลักฐานอยู่, ข้อหาการเคลื่อนย้ายศพจัดการศพ ที่พบรวม 11 ศพ ที่ยังรอผลตรวจพิสูจน์จากทางเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์ที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการระบุแจ้งผลมาถึง รวมทั้งมีการเกี่ยวข้องว่าน้ำเหลืองจากศพที่นำมาใช้รักษาโรคที่ผิดกฎหมายด้านสาธารณสุขและความปลอดภัย รวมทั้งอีกหลายข้อหาที่พบจาการเข้าตรวจค้นพื้นที่สำนักดังกล่าวรอบที่ 2 วานนี้ (10 พ.ค.65) ตามหมายศาล
ที่พบทั้งมีการผลิตอาหาร ยารักษาโรค จำหน่ายที่ไม่ปลอดภัยหรือไม่ผ่านการรับรองจาก อย. ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คอนสาร รอผลตรวจหาเชื้อและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันมาอยู่ในขณะนี้แต่ทาง สสจ.ยังไม่แจ้งผลมาถึง รวมทั้งพบมีการแปรรูปตัดไม้หวงห้าม หรือไม้พะยูงในพื้นที่สำนักดังกล่าวอีกจำนวนมากหลายสิบท่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ป่าไม้เกี่ยวข้องในพื้นที่ตรวจสอบรวบรวมหลักฐานยังไม่ส่งตัวแทนแจ้งร้องทุกข์ต่อตำรวจเพิ่ม จึงยังไม่สามารถแจ้งข้อหาเรื่องนี้เพิ่มได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พร้อมรับดำเนินคดีเพิ่มเติมได้ทันที ก่อนที่จะเชิญตัวเจ้าสำนักลัทธิรักษาโรคประหลาดรายนี้มารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกต่อเนื่องตามขั้นตอนกฎหมายได้ต่อไป

