สุรินทร์โละทิ้งสวนยางพารา หันมาปลูกทุเรียนหมอนทอง บนพื้นที่ 14ไร่ จนประสบผลสำเร็จ ประมาณรายได้ปีนี้ห้าแสนบาท จากสวนทุเรียนแนวชายแดนเทือกเขาพนมดงรัก
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่บ้านไทยนิยมพัฒนา หมู่ 17 ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีเทือกเขาพนมดงรักเป็นเขตแนวชายแดนทางธรรมชาติ มีป่าไม้ แหล่งน้ำ และพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์ ต่อการปลูกพืชเศรษฐกิจ ทั้งอ้อย ยางพารา มันสำปะหลัง และที่กำลังได้รับความสนใจของเกษตรกร ในพื้นที่ตำบลบักได คือ การปรับเปลี่ยนการปลูกยางพารา มาเป็นการปลูกทุเรียน โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ซึ่งเกษตรกรได้มีการทดลองปลูก มานานกว่า 5 ปี กำลังประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม ออกดอกให้ผลผลิต และสามารถเก็บผลผลิตได้ ตั้งแต่เดือนปลายเดือนพฤษภาคม ไปจนถึงปลายเดือนมิถุนายน 2565 นี้
โดยเฉพาะที่สวนทุเรียน ของนายเลือย รักสกุล อายุ 51 ปี เกษตรกรชาวสวน บ้านไทยนิยมพัฒนา หมู่ 17 ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งได้มีการปรับเปลี่ยนจากการปลูกยางพารา มาเป็นการปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง เป็นเจ้าแรกของพื้นที่ตำบลบักได เนื้อที่ปลูก 14 ไร่
นายเลือยกล่าวว่า ตนเองปลูกทุเรียนหมอนทอง ต้นแรก อายุได้ 3 ปี ทุเรียนก็ออกผลผลิต ต้นแรก ได้สามลูก ตื่นเต้นมาก พอถึงเวลาตัด ได้ตัดให้นายอำเภอได้ทดลองทาน 1 ลูก ตนเอง 1 ลูก และเพื่อนบ้าน 1 ลูก พอทานกันได้ลิ้มลองรสชาติแล้ว ก็ลงความเห็นว่ารสชาติเหมือนกับที่ซื้อทุเรียนหมอนทองจากภาคตะวันออก อร่อยหอมหวาน แม้ว่าด้านนอกเหมือนจะแข็งแต่เนื้อนุ่มใน พอได้ชิมลูกแรก แล้วก็ดีใจ จุดประกายความหวังว่า พื้นที่ตรงนี้ ต้องปลูกทุเรียนได้แน่นอน จึงได้เริ่มขยายพื้นที่ปลูก จาก 6 ไร่ เพิ่มเป็น 14 ไร่
ตนเองต้องต่อสู้ลบคำสบประมาทจากเพื่อนบ้าน ว่า ปลูกไปเถอะไม่นานต้นก็จะเหี่ยวแห้งตาย หรือไม่ก็จะกลายเป็นขนุน ซึ่งตนเองก็ดูแลบำรุง ต้นทุเรียน มาอย่างต่อเนื่องไม่เห็นจะเป็นอย่างที่ชาวบ้านเขาสบประมาทไว้ พอเข้าปีที่ 4 ทุเรียน เริ่มให้ผลผลิตมากขึ้นแต่ก็ไม่ให้ลูกติดมาก กลัวต้นจะโทรมเร็ว เอาไว้ต้นละ 4 ลูก และตั้งชื่อ ต้นทุเรียนว่า สาวน้อยลูก 4 เพราะอายุต้นน้อยปี เอาไว้แค่ต้นละ 4 ลูก แต่พอเอาไว้น้อยลูก กลับปรากฏว่า ลูกทุเรียน มีน้ำหนักมากลูกใหญ่มาก ตกลูกละ 6-7 กิโลกรัม พอมาปีนี้ เป็นปีที่ 5 ต้นทุเรียนอายุมากขึ้น จึงปล่อยให้มีลูกดกได้ บางต้นมากกว่า 20 ลูกก็มี ผลทุเรียน จะอยู่สูงจากพื้นดินที่ปลูก ตั้งแต่ 50 เชนติเมตร สูงสุด 3 เมตร บางต้นจะดกมาก พอดกมาก ลูกทุเรียนก็ดัน หรือกดกันเองก็จะหลุดออกไป สำหรับปีนี้ มีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านทุเรียน ประมาณผลผลิตไว้แล้วว่า ทุเรียนหมอนทองในสวน จำนวน 14 ไร่ ทุเรียนให้ผลผลิต จำนวน 90 ต้น จำนวน 800 ลูก ตกไซซ์จำนวน 90 ลูก ประมาณรายได้ ที่สวนในปีนี้ คาดว่า 500,000 บาท ซึ่งทุเรียนจะสุกเก็บผลผลิตได้ ช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ ดีใจที่ทุเรียนหมอนทองให้ผลผลิตที่ดี ลบคำสบประมาทลงไปได้
ขณะที่สวนทุเรียนพันธุ์หมอนทอง และเงาะ จากสวนอื่นๆ ในพื้นที่ ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เริ่มเก็บผลผลิตและจำหน่ายได้แล้ว มีประชาชนทั้งในพื้นที่ และต่างอำเภอ แม้แต่จากต่างจังหวัด ให้ความสนใจ เดินทางไปเที่ยวชม พร้อมชิมรสชาติเงาะ ทุเรียนถึงสวน ต่างพากันซื้อกลับบ้าน
ส่วนทุเรียนหมอนทองราคา กิโลกรัมละ 180 บาท ทุกสวน เงาะ 3 กิโลกรัม 100 บาท ทำให้ชาวสวนทุเรียน ยิ้มแบบมีกำลังใจ ที่ประสบผลสำเร็จในการปลูกทุเรียนและเงาะ สำหรับประชาชนที่เดินทางมาเที่ยวชมสวนทุเรียน ที่บ้านไทยนิยมพัฒนาแล้ว ยังสามารถขึ้นไปเที่ยวชม ปราสาทตาควาย เป็นปราสาทหินศิลาแลง อยู่ใกล้กับหมู่บ้านไทยนิยมพัฒนา ตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก ได้อีกด้วย หากสนใจเที่ยวชมสวน หรือติดต่อซื้อทุเรียนจากสวน ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 06-5274-0113 ลุงเลือย หรือเบอร์โทร 08-7875-3834 อบต.บักได



