หน้าแรก ภูมิภาค ราษฎรโคราช หย...

ราษฎรโคราช หยุดขบวนรถไฟ 5 นาที จี้ รฟท.ไม่เอาคันดิน ให้ปรับเป็นตอม่อผ่าน 3 ตำบล

5.06.22 | 11:58 น.

ราษฎรโคราช หยุดขบวนรถไฟ 5 นาที จี้ รฟท.ไม่เอาคันดิน ให้ปรับเป็นตอม่อผ่าน 3 ตำบล

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน เวลา 08.00 น. ที่จุดตัดทางข้ามรถไฟบ้านเดื่อ หมู่ 8 ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสมบัติ กาญจนวัฒนา อดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา ในฐานะแกนนำ ต.โคกกรวด พร้อมด้วย นายประพจน์ ธรรมประทีป สมาชิกสภา (อบจ.) นครราชสีมา อ.เมือง เขต 4 ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่มพัฒนาชุมชนตำบลบ้านใหม่ได้นัดชาวบ้าน ต.โคกกรวด ต.บ้านใหม่ และ ต.ในเมือง จำนวนกว่า 300 คน สำแดงพลังยืนถือป้ายไวนิลความยาว 100 เมตร และป้ายผ้ายาว 20 เมตร รวมทั้งป้ายกระดาษข้างทางรถไฟ และบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง ข้อความถึงรัฐบาล และกระทรวงคมนาคมรวมทั้งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขอให้ผู้มีอำนาจพิจารณาปรับรูปแบบการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา และรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ จากคันดินเป็นตอม่อ และสะท้อนความเดือดร้อนหากทางรถไฟเป็นคันดิน

จากนั้นแกนนำ และผู้ที่ได้รับผลกระทบได้ผลัดเปลี่ยนไฮด์ปาร์คผ่านรถกระบะติดเครื่องขยายเสียงปลุกเร้าให้ชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจ ท่ามกลาง พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง พร้อมเจ้าหน้าที่ทั้งใน และนอกเครื่องแบบกระจายกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย

ช่วงเวลาประมาณ 08.35 น. ได้มีขบวนรถไฟธรรมดา 234 สุรินทร์-กรุงเทพมหานคร กำลังแล่นมุ่งหน้าไปสถานีโคกกรวด ผ่านช่วงหลักเสาโทรเลขรถไฟที่ 240+978 ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่ชาวบ้านกำลังทำกิจกรรม และมีส่วนหนึ่งยืนอยู่บนทางรถไฟ ขบวนรถต้องหยุดรอประมาณ 5 นาที และบริเวณข้างทางรถไฟ พระสงฆ์ 6 รูป ได้ทำพิธีสวดหน้าไฟ และจุดไฟเผาหีบศพเขียนข้อความ “งานฌาปนกิจศพไอ้คันดิน 5 มิ.ย. 65” จากนั้นทั้งหมดได้แยกย้ายเดินทางไปที่จุดตัดทางข้ามรถไฟบริเวณหน้าบุรีสีมา ต.บ้านใหม่ อ.เมือง เพื่อรวมตัวคัดค้านไม่เอาคันดินและเผาหุ่นฟางข้างทางรถไฟ

นายประพจน์ ส.อบจ.นครราชสีมา อ.เมือง เขต 4 เปิดเผยว่า จุดยืนของราษฎร 3 ตำบล ต้องการยกระดับเป็นตอม่อไม่ใช่คันดิน ก่อนหน้านี้ได้นำรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบ และปัญหาความเดือดร้อนไปยื่นทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ฯลฯ ขอให้พิจารณาทบทวนปรับรูปแบบการก่อสร้าง แต่ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน อ้างอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่รัฐบาลในฐานะเจ้าของโครงการ

Advertisement

นายพัชกฤต เลขาธิการในฐานะรักษาการประธานกลุ่มพัฒนาชุมชนตำบลบ้านใหม่ เปิดเผยว่า ต.บ้านใหม่ เป็นชุมชนชานเมืองขนาดใหญ่มี 12 หมู่บ้าน ประชากรกว่า 3 หมื่นคน โครงการบ้านจัดสรรจำนวน 15 แห่ง สถานศึกษา 9 แห่ง และที่ตั้งหน่วยงานราชการ รูปแบบเดิมช่วงเส้นทางผ่าน ต.บ้านใหม่ เป็นคันทางระดับดิน 7.85 กม. ก่อนจะยกระดับเข้าสู่สถานีรถไฟนครราชสีมา ซึ่งคันดินสูงประมาณ 2 เมตร เปรียบเสมือนกำแพงกั้นไม่ตอบโจทย์ความสะดวก ความปลอดภัย เสมือนการแบ่งแยกชาวบ้านที่อยู่สองข้างทางรถไฟออกจากกันส่งผลต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นายสม พงษ์ใหม่ ราษฎร ต.โคกกรวด กล่าวว่า พวกเราได้เรียกร้องให้ผู้มีอำนาจพิจารณาปรับรูปแบบจากคันดินโดยยกระดับเป็นตอม่อ เริ่มตั้งแต่ ต.โคกกรวด ยกผ่าน ต.บ้านใหม่ สิ้นสุดที่สถานีรถไฟนครราชสีมา มิเช่นนั้นหากเกิดเหตุเพลิงไหม้จะเป็นอุปสรรคของรถดับเพลิงการไประงับเหตุ เมื่อแบ่งแยกชุมชน วิถีชีวิตเปลี่ยนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พระสงฆ์ สามเณรต้องเดินข้ามสะพานต่างระดับสูง 10 เมตร ระยะทาง 1 กิโลเมตร ไปรับบิณฑบาต ชาวบ้านก็ไปมาหาสู่ลำบากมากขึ้น

น.ส.กาญจนา กาญจนวัฒนา กำนันตำบลโคกกรวด กล่าวว่า ชาวบ้าน 3 ตำบล ได้รับผลกระทบจากโครงการของรัฐบาล พวกเราจึงรวมตัวเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์มิได้ต้องการขัดขวางหรือก่อกวนให้เกิดความปั่นป่วนในสังคม เพียงขอให้ยกระดับทางรถไฟช่วงผ่านเขต อ.เมือง ซึ่งมีจุดตัดทางข้ามรถไฟรวม 6 จุด หากไม่ดำเนินการในอนาคตจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตในอนาคต ขอบคุณรัฐบาลที่นำความเจริญมาให้แต่อย่าสร้างความเดือดร้อนมาให้พวกเรา

“ก่อนหน้านี้ที่ปรึกษาโครงการไม่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงในระหว่างประชาพิจารณ์โครงการมีส่วนร่วมทั้งหมด เมื่อทราบรูปแบบที่ชัดเจนเป็นคันดินปิดเมือง เสมือนถูกปิดกั้นความเจริญ กลายเป็นอ่างกระทะขนาดใหญ่รองรับมวลน้ำที่เกิดปัญหาน้ำท่วมอย่างแน่นอน ที่ผ่านมาพวกเราได้ตระเวนยื่นหนังสือร้องเรียนทุกหน่วยงาน รอเพียงผู้ใหญ่เหลียวแลพิจารณาช่วยเหลือเป็นรูปธรรม”

ทางด้าน นายวินัด ปลั่งกลาง อายุ 64 อดีตผู้ใหญ่บ้านหนองหว้า หมู่ 1 ต.โคกกรวด กล่าวว่า อนาคต 3 ตำบล ต้องถูกปิดกั้นเมือง แบ่งแยกและเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเดิม ขอให้เป็นทางรถไฟยกระดับผ่านเมืองตลอดเส้นทาง