ผู้การ ตร.เร่งหารือแนวทางรับมือ หวั่นกัญชาข้ามชาติทะลักชายแดน หลังปลดล็อก

ผู้การ ตร.เร่งหารือแนวทางรับมือ หวั่นกัญชาข้ามชาติทะลักชายแดน หลังปลดล็อก

จากกรณีที่ กฎหมายเกี่ยวกับการปลูกกัญชาเสรี และมีการประกาศปลดล็อกกัญชา-กัญชง ออกจากบัญชียาเสพติด โดยมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 มิถุนายน นี้ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับชุมชน ภายใต้การผลักดันของรัฐบาล ร่วมกับพรรคภูมิใจไทย แต่ยังเป็นปัญหาสำหรับการปฏิบัติหน้าที่คุมเข้มสกัดกั้นป้องกันปราบปราม การลักลอบการนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่ชายแดน เนื่องจากยังมีการลักลอบนำเข้ากัญชาอัดแท่งมาต่อเนื่อง โดยยังไม่มีรายละเอียด ความชัดเจน เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ทำให้หน่วยงานตำรวจ จะต้องเร่งหารือหน่วยงานความมั่นคง เพื่อวางมาตรการป้องกัน ป้องกันขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติใช้ช่องว่างในการลักลอบขนส่งข้ามประเทศมาตามแนวชายแดน

ทั้งนี้จากข้อมูลการจับกุมในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา คือปี 2564-2565 มีการจับกุมตรวจยึดกัญชานำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เกือบ 20 ตัน รวมกว่า 200 คดี ผู้ต้องหามากกว่า 200 คน ซึ่งจะต้องมีการพิจารณา ให้พ้นความผิดตาม พ.ร.บ.กัญชง กัญชา รวมถึงมีการแก้กฎหมายนำกัญชา ออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 เนื่องจากพื้นที่ชายแดน จ.นครพนม มีการตรวจยึดจับกุมเป็นจำนวนมาก และอนาคตอาจจะเป็นช่องว่างให้ขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติ ลักลอบนำเข้ามากขึ้น

พล.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาแนวทางการดูแลปราบปราม จับกุมขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ชายแดน ถือเป็นภารกิจสำคัญของ ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ที่มีนโยบายให้ทุกโรงพักเข้มงวดสกัดกั้นปราบปรามจับกุม เน้นตามแนวชายแดน และเมื่อมีการปลดล็อกแล้ว ทางตำรวจจะต้องมีการหารือวางแนวทางกับหน่วยงานความมั่นคง เกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติ เพื่อป้องกันไม่ให้ขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติใช้ช่องว่างกฎหมาย ลักลอบนำเข้ามากขึ้น เพราะตำรวจจะไม่สามารถแจ้งข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดได้อีก ทั้งพนักงานสอบสวน ชุดสืบสวนปราบปรามยาเสพติด จะต้องหารือวางแนวทางการทำงานชัดเจน ไม่ให้ขัดกับกฎหมาย

ส่วนการนำเข้าตามแนวชายแดน ยังเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องหารือหลายฝ่ายกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง แต่เชื่อว่าจะต้องมีความชัดเจน และจะต้องวางมาตรการไม่ให้มีการลักลอบนำเข้ากัญชามากขึ้น เพราะ จ.นครพนม ถือเป็นพื้นที่ชายแดน สำคัญที่ลักลอบนำเข้าต่อเนื่อง อีกทั้งยังต้องหารือเกี่ยวกับการพิจารณาความผิดของผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างดำเนินคดี รวมถึงของกลางที่มีการตรวจยึดไว้ ให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image