หน้าแรก ภูมิภาค กาญจน์ คิกออฟ...

กาญจน์ คิกออฟ รื้อสิ่งปลูกสร้างริมแม่น้ำหน้าเมือง เปิดภูมิทัศน์แม่น้ำสองสี ชูแลนด์มาร์กใหม่

17.06.22 | 18:15 น.

กาญจน์ คิกออฟ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างริมแม่น้ำหน้าเมือง เปิดภูมิทัศน์แม่น้ำสองสี ชูแลนด์มาร์กใหม่

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เดินทางไปติดตามความคืบหน้าการรื้อถอนอาคารก่อสร้างบดบังทิวทัศน์แม่น้ำสองสีของร้านอาหารแพหน้าเมือง ซึ่งเป็นของ พล.ท.ชินโชติ บุญยไพศาลเจริญ หรือเสธจ๊ะ อดีตนายทหาร ที่บริเวณริมน้ำหน้าเมือง เทศบาลเมืองกาญจนบุรี โดยมีนายอธิสรรค์ อินทร์ตรา หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาญจนบุรี นายธนณัฎฐ์ ศรีสันต์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี นายประทิน ออมสิน ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขากาญจนบุรี นายอนันต์ สิริพฤกษา โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาญจนบุรี นายอนุ ทองดี ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมเดินทางไปด้วย

เมื่อนายจีระเกียรติเดินทางไปถึง ได้พูดคุยทักทายกับ พล.ท.ชินโชติ บุญยไพศาลเจริญ หรือเสธจ๊ะ เจ้าของร้านอย่างเป็นกันเอง จากนั้นได้มอบประกาศเกียรติคุณให้เพื่อยกย่องถึงความเสียสละให้กับเสธจ๊ะ และภรรยา โดยนายจีระเกียรติได้ประเดิมใช้สว่านขันนอตผนังไม้ที่ปิดบังทิวทัศน์แม่น้ำสองสีออกด้วยตนเองเพื่อเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย ซึ่งร้านอาหารแพหน้าเมืองเป็นเจ้าแรกที่ยินยอมรื้อถอนอาคารเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาวจังหวัดกาญจนบุรี

ทั้งนี้ เป็นความร่วมมือของจังหวัดกาญจนบุรีและผู้ประกอบการแพร้านอาหาร ที่ได้ร่วมกันเพื่อที่จะปรับปรุงสถานที่สร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดกาญจนบุรี ที่บริเวณท่าน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี และเปิดให้ได้เห็นภูมิทัศน์ของแม่น้ำสองสี ที่เกิดจากแม่น้ำสองสาย คือ แม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำแม่กลอง ตามโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาเมืองเก่ากาญจนบุรีและสองฝั่งแม่น้ำแควน้อย แควใหญ่ ซึ่งได้ปรับปรุงบริเวณโดยรอบ ให้เป็นจุดท่องเที่ยวในตัวเมืองให้กลับมาคึกคัก

นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวภายหลังว่า เป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบการแพหน้าเมืองได้แสดงถึงความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่บริเวณนี้เป็นอย่างดี เป็นผู้ประกอบการรายแรกที่เริ่มดำเนินการ ต้องขอขอบคุณในการร่วมมือในครั้งนี้ ทำให้ภูมิทัศน์บริเวณดังกล่าวดีขึ้น มีทิศทางไปในทางที่ดี เป็นความหวังที่จะทำให้เศรษฐกิจในตัวเมืองมีการพัฒนา ชาวบ้านมีอาชีพที่เพิ่มมากขึ้นจากการปรับปรุงพื้นที่ให้สวยงามบริเวณนี้ ส่วนผู้ประกอบการแพอื่นๆ ที่ได้ประกอบการอยู่ ต้องขอความร่วมมือในการปรับปรุงและเคลื่อนย้ายแพ ซึ่งได้รับการติดต่อจากผู้ประกอบการแห่งอื่นๆ ในการขอคำแนะนำในการเคลื่อนย้าย ก็ได้หารือร่วมกับทางสำนักงานธนารักษ์พื้นที่กาญจนบุรีในการพิจารณาจัดหาสถานที่แห่งใหม่ ไม่ให้ผู้ประกอบการต้องเสียหายต่อธุรกิจสถานประกอบการ

นายประทิน ออมสิน ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขากาญจนบุรี เปิดเผยว่า คดีนี้มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 ซึ่งเป็นคดีเก่าที่ทางเจ้าท่าแจ้งความดำเนินคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ในส่วนของการรื้อถอนเราให้อำนาจกับเจ้าของเป็นผู้รื้อถอนเอง ซึ่งที่ผ่านมามีการยื้อกันเรื่อยมา จนกระทั้งปัจจุบันจังหวัดได้มีนโยบายแผนการพัฒนาเมืองกาญจนบุรีบริเวณริมน้ำหน้าเมืองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อความสวยงาม ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีนโยบายให้จังหวัดกาญจนบุรีจัดระเบียบเรือแพที่อยู่ริมน้ำเพื่อให้สอดคล้องกับการสร้างสกายวอล์กที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดกาญจนบุรี ดังนั้น เจ้าท่าจังหวัดกาญจนบุรีจึงดำเนินการแจ้งให้เจ้าของแพอาหารรายใหม่ที่ซื้อกิจการมาจากเจ้าของเดิมให้ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างถาวรที่รุกล้ำลำน้ำ ซึ่งเจ้าของแพอาหารก็ให้ความร่วมมือกับทางจังหวัดเป็นอย่างดี ด้วยการนำคนงานมารื้อถอนเรื่อยมาจนถึงวันนี้ อยากจะฝากไปถึงชาวกาญจนบุรีว่าขณะนี้เราจะได้กลับมามองเห็นแม่น้ำสองสีกันอีกครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งต้องขอขอบคุณเจ้าของร้านอาหารแพหน้าเมืองในครั้งนี้ด้วย

Advertisement

พล.ท.ชินโชติ บุญยไพศาลเจริญ หรือเสธจ๊ะ กล่าวว่า การที่เรารื้อถอนในครั้งนี้ก็เพื่อความถูกต้อง หากไม่มีผู้ประกอบการเจ้าไหนเริ่มก่อนก็คงจะยื้อกันต่อไป ซึ่งจะทำให้สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองไปต่อไม่ได้ สิ่งที่ผิดก็ต้องทำให้ถูก ตนยอมรับว่าตั้งแต่ลงทุนซื้อกิจการมาไม่ทราบมาก่อนว่าแพอาหารที่ซื้อมามีคดีความกับเจ้าท่าและศาลฎีกาได้พิพากษาให้รื้อถอน ตนมารู้ความจริงในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง หลังจากรู้ความจริงถึงกับตกใจ แต่เมื่อรู้แล้วเราก็ต้องยอมรับ สำหรับพื้นที่ที่ศาลพิพากษาให้รื้อถอนคือจุดของอาคารที่ปักเสาลงไปในบริเวณริมตลิ่งของแม่น้ำอย่างถาวร โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นห้องครัว ส่วนแพอาหารที่เคลื่อนย้ายได้ก็คงยังอยู่ตามเดิมซึ่งไม่เกี่ยวกัน

“เรามีความยินดีที่ร่วมกับจังหวัดกาญจนบุรีในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เห็นภูมิทัศน์จุดชมวิวแม่น้ำสองสี ถึงแม้ว่าอาจจะมีส่วนที่เสียประโยชน์ในด้านการลงทุนไปบ้าง แต่ก็มีความยินดีที่จะดำเนินการด้วยความถูกต้องตามกฎหมายและเสียสละทำให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยส่วนตัวมีแนวคิดที่จะปรับปรุงบริเวณภายในสถานประกอบการอยู่แล้วให้เปิดโล่งให้เห็นทัศนียภาพของแม่น้ำสองสี ก็ถือเป็นโอกาสอันดีในการดำเนินการครั้งนี้ คาดว่าหลังจากปรับปรุงแล้ว ประกอบกับโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาเมืองเก่ากาญจนบุรีและสองฝั่งแม่น้ำแควน้อย แควใหญ่ ที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยวของทุกฝ่าย จะทำให้มีทั้งชาวกาญจนบุรีและนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมบริเวณนี้มากขึ้น อันจะสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภอเมืองกาญจนบุรี อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวจะทำสถานประกอบการร้านอาหารให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับทั้งคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ ซึ่งจะเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วย” พล.ท.ชินโชติกล่าว