สิบตรี วิ่งราวสร้อยทอง ไปขายร้านน้องสาว แต่น้องอ่านไลน์กลุ่มมีเหตุชิงทอง เลยโทรแจ้ง ตร.

สิบตรี วิ่งราวสร้อยทอง ไปขายร้านน้องสาว แต่น้องอ่านไลน์กลุ่มมีเหตุชิงทอง เลยโทรแจ้งตร.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 มิถุนายน 2565 พ.ต.ต.นพล วงศ์พุฒิ สว.สอบสวน สภ.กุมภวาปี ได้รับออกสอบสวนเหตุชายวัยรุ่น ก่อเหตุวิ่งราวทองรูปพรรณ หนัก 2 บาท 2 เส้น มูลค่า 127,400 บาท ที่ห้างทองเยาวราช 2 เลขที่ 468-470 ม.15 บ.น้ำฆ้อง ถนนพิศาลสารกิจ ต.พันดอน พร้อม พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ นาขวา ผกก.สภ.กุมภวาปี นำกำลังตำรวจป้องกันและปราบปราม ตำรวจสืบสวนสอบสวนรุดไปที่เกิดเหตุ และวิทยุสกัดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้าย ส่วนเจ้าของร้านได้ไลน์แจ้งกลุ่มผู้ประกอบการร้านทอง แจ้งเบาะแสและรูปพรรณของคนร้าย

น.ส.มีนตรา ธาดาศุภาภรณ์ อายุ 53 ปี เจ้าของร้านทอง นำตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบเป็นชายอายุ 20-25 ปี สวมเสื้อคลุมแขนยาวแบบมีฮู๊ด สีเทา กางเกงขายาวสีดำ หน้ากากอนามัยสีดำ หมวกปีกสีครีม และรองเท้าแตะสีน้ำเงิน เข้าทำทีมาขอเลือกซื้อทองรูปพรรณ ก่อนอาศัยจังหวะเจ้าของร้านเผลอ วิ่งหลบหนีไปขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 110 ไอ สีดำ-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่จอดอยู่ข้างร้าน หลบหนีไปทางสามแยกบ้านพันดอน ก่อนมุ่งหน้าไปถนนมิตรภาพ อุดร-ขอนแก่น

ต่อมาเวลา 14.30 น. วันเดียวกัน นางวีรยา ภู่โสภา อายุ 50 ปี น้องสาวผู้เสียหาย เจ้าของห้างทองเยาวราชโนนสูง เลขที่ 299/2 หมู่ 11 บ.โนนสูง ต.โนนสูง อ.เมืองอุดรธานี ที่อยู่ห่างกันร้านพี่สาว 30 กม. แจ้งกลับมาว่ามีผู้ต้องสงสัยนำทองรูปพรรณหนัก 2 บาท มาขายที่ร้าน 1 เส้น มีตำหนิรูปพรรณตรงกับที่รับแจ้ง ตำรวจ สภ.กุมภวาปี และ สภ.โนนสูง เข้าตรวจสอบและควบคุมตัวไว้ได้ คนร้ายให้การรับสารภาพเป็นคนก่อเหตุวิ่งราวจริง ทราบชื่อ สิบตรี ราชัน ขามรัตน์ ค่ายทหารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.โนนสูง อ.เมืองอุดรธานี อายุ 23 ปี ชาว หมู่ 11 ต.เชียงแหว อ.กุมภาปี จ.อุดรธานี

Advertisement

ตำรวจควบคุมตัวพร้อมของกลาง และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า MSX 125 สีดำ-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไปตรวจยึดสร้อยคอทองรูปพรรณอีก 1 เส้น เสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ขณะก่อเหตุและหลบหนี ที่เก็บไว้ในบ้านพักภายในค่ายทหาร ในพื้นที่ ต.โนนสูง อ.เมืองอุดรธานี ก่อนควบคุมตัวมาตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุที่หน้าบ้านเลขที่ 169 หมู่ 11 บ.เชียงแหว ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ ยอมรับมีความจำเป็นต้องหาเงินไปใช้หนี้สิน

น.ส.มีนตรา ธาดาศุภาภรณ์ ผู้เสียหาย เล่าว่า คนร้ายทำทีเป็นลูกค้าเข้ามาขอดูทองในร้าน จึงเอาให้ดูสองเส้น แล้วเอาเก็บที่เดิม แต่คนร้ายก็ขอดูทองใหม่อีกสองเส้น แล้วทดลองสวมสร้อยคอทองคำ หลังจากนั้นคนร้ายก็วิ่งออกจากร้าน ไปพร้อมทองคำหนัก 2 บาท 2 เส้น ตนและสามีรู้สึกตกใจมาก พอตั้งสติได้จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ แล้วตนก็ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อที่จะดูตำหนิรูปพรรณและยานพาหนะคนร้าย พร้อมกับไลน์แจ้งเหตุในกลุ่มผู้ประกอบการร้านทอง

นางวีรยา ภู่โสภา น้องสาวผู้เสียหาย เปิดเผยว่า คนร้ายมาที่ร้านเวลา 14.30 น. เพื่อมาขายสร้อยคอทองคำ 2 บาท 1 เส้น ก็ถามว่าสร้อยคอทองคำซื้อมาจากไหน ซึ่งคนร้ายบอกว่าซื้ออยู่ในตัวเมืองอุดรธานี และอ้างว่าพอดีแฟนใส่ได้ไม่กี่วัน แล้วมีเรื่องจำเป็นต้องใช้เงิน แต่ว่าเมื่อติดต่อกลุ่มไลน์ร้านทอง พบว่ามีการก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ ร้านทองพี่สาวแจ้งเข้ามาในกลุ่ม ซึ่งสร้อยคอทองคำ และตัวคนร้าย ก็ตรงกันกับที่แจ้งในกลุ่มไลน์ ได้ขอให้สามีคุยถ่วงเวลา เพื่อโทรฯบอกพี่สาวแจ้งตำรวจ โดยไม่มีการต่อสู้และขัดขืน

พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ นาขวา ผกก.สภ.กุมภวาปี เปิดเผยว่า หลังจากรับแจ้งก็ได้ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบกล้องวงจรปิด และดูลักษณะของคนร้าย ซึ่งคนร้ายใช้รถจักรยานยนตร์เวฟ ล้อแม็กซ์ ใส่เสื้อแขนยาว สวมหมวกปิดบังใบหน้า และสวมรองเท้าแตะ ตามที่กล้องวงจรปิดทางร้านบันทึกเอาไว้ขณะก่อเหตุ จึงได้ประสานรายละเอียดไปในส่วนต่างๆ ของตำรวจ เพื่อที่จะติดตามหาเบาะแส และจับกุมคนร้าย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาในการจับกุมคนร้ายประมาณ 3 ชั่วโมง เพราะคนร้ายได้เอาทองไปขายที่ร้านของน้องสาวเจ้าของร้านที่เกิดเหตุ ทำให้สามารถจับกุมคนร้ายได้ และนำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหา “วิ่งราวทรัพย์” ต่อไป

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image