รองแม่ทัพน้อยที่ 4 ลงพท.ตรวจสอบเหตุคนร้ายขว้างไปป์บอมบ์ ชุดคุ้มครองนาเตย ยัน ไม่กระทบกระบวนการพูดคุย
วันนี้ (21 มิ.ย.) พลตรีปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า / รองแม่ทัพน้อยที่ 4 ลงพื้นที่ไปยังฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบล หรือ ชคต.นาเตย บ้านนาเตย หมู่ 2 ต.โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา หลังได้มีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ได้ขว้างระเบิดใส่ฐานปฏิบัติการเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 19.00 น.

พลตรีปราโมทย์ กล่าวว่า ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสงบสุขในพื้นที่ในช่วงเดือนรอมฎอนที่ผ่านมา ประชาชนช่วยกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการสร้างสันติสุข ขณะที่คนร้ายก็ยังพยายามสร้างสถานการณ์เพื่อทำลายบรรยากาศและสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงค่ำของวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น มี 2 จุด โดยจุดแรกเป็นการลอบวางระเบิดในรถขนขยะ และจุดที่ 2 คือ การขว้างระเบิดใส่ฐานปฏิบัติชุดคุ้มครองตำบลโกตาบารู โดยจากการเข้าพิสูจน์หลักฐานทราบว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในท่อเหล็กหรือไปป์บอมบ์ เป็นลักษณะเดียวกับที่คนร้ายลอบวางระเบิดที่ ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้ทางตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด โดยทาง พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะการเก็บรวบรวมวัตถุพยาน ที่จะนำไปสู่การขยายผลต่อกลุ่มคนร้าย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะใช้มาตรการทางกฎหมายในการเข้าดำเนินการต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุในครั้งนี้เพื่อนำมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด
ส่วนเหตุการณ์ลอบวางระเบิดรถบรรทุกขยะ ที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี คนร้ายได้มีการเข้าไปปล้นรถขนขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลลางา อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ทางเจ้าหน้าที่ขนขยะกำลังนำขยะไปทิ้งยังจุดทิ้งขยะ คนร้ายได้เข้าไปปล้นและจับตัวพนักงานจับตัวมัดไว้ที่กองขยะ และได้นำรถขนขยะคันดังกล่าวไปประกอบเป็นระเบิดแสวงเครื่อง และนำไปจอดที่บริเวณจุดตรวจทางยุทธศาสตร์ของสถานีตำรวจภูธรปะนาเระและเกิดเหตุระเบิดขึ้น จากการตรวจสอบในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 2 ราย สถานที่ราชการและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กำชับไปยังหน่วยเฉพาะกิจปัตตานีรวมทั้งตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานีรวบรวมวัตถุพยานเพื่อที่จะขยายผล ในขณะเดียวกัน ได้มีการสำรวจความเสียหายทั้งในส่วนของทางราชการและประชาชนเพื่อการช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบต่อไป

พลตรีปราโมทย์ กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้ส่งผลต่อการพูดคุยเพื่อสันติสุข เนื่องจากการพูดคุยเป็นความต้องการของคนส่วนใหญ่ในพื้นที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังยืนยันในหลักการการใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาและสนับสนุนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ยังคงเดินหน้าเพื่อหาข้อสรุปและทางออกร่วมกัน

