หน้าแรก ภูมิภาค กระดูกสันหลัง...

กระดูกสันหลังชาติครวญ คนงานดำนาหายาก-ค่าแรงพุ่ง 400 บ. วอนรัฐช่วยแก้ฝนทิ้งช่วง

29.06.22 | 12:16 น.

กระดูกสันหลังชาติครวญ คนงานดำนาหายาก-ค่าแรงพุ่ง 400 บ. วอนรัฐช่วยแก้ฝนทิ้งช่วง

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายแก่น ท้าวสุวรรณ อายุ 56 ปี ชาวตำบลหัวดง อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ กล่าวให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ตนทำนาโดยการปักดำนาข้าว เพราะว่าการปักดำนาข้าวจะได้ผลผลิตดีกว่านาหว่าน แต่ที่สำคัญในช่วงนี้คือค่าแรงจะสูงขึ้นจาก 300-400 บาทต่อหัวแล้ว ส่วนการว่าจ้างถอนต้นกล้าจากมัดละ 3 บาทเดี๋ยวนี้เป็น 4-5 บาทแล้ว

แต่ถึงอย่างไรก็ต้องจ้างมาดำเพราะว่าต้นกล้า พร้อมสำหรับจะปักดำนาข้าวแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้ต้นกล้าจะแก่เกินนำมาปักดำแล้วไม่ได้ผล การหาแรงงานปักดำนาข้าวก็ลำบากขึ้นทุกที เนื่องจากงานในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ส่วนใหญ่เกษตรกรชาวไร่ชาวนาจะใช้วิธี หว่านข้าวในการปลูกต้นข้าวแต่ปัญหาที่ตนหนักใจก็คือ น้ำในการที่จะมาปักดำนาข้าวไม่มีในทุ่งนาอยู่เลย ตนต้องใช้เครื่องสูบน้ำสูบขึ้นมาจากสระน้ำในพื้นที่นาข้าวของตนเองในการปักดำนาข้าวในครั้งนี้หากน้ำในสระหมดก็คงต้องรอฝน หากฝนไม่ตกลงมาต้นกล้านาข้าวที่จ้างปักดำก็คงแห้งตายหมด

ตนอยากให้ทางราชการ หน่วยงานของรัฐขอฝนเทียมพระราชทานมาตกในพื้นที่อำนาจเจริญด้วย เพราะพื้นที่นาข้าวส่วนใหญ่ในพื้นที่ของจังหวัดอำนาจเจริญในช่วงนี้ จะประสบกับปัญหาฝนทิ้งช่วงมานานนับเป็นเดือนๆแล้ว หากไม่มีฝนตกมาภายใน 1 อาทิตย์นี้คงจะสร้างความเสียหายให้กับนาข้าวหลายหมื่นไร่และขยายวงกว้างออกไปอีกเลยทีเดียว ดีหน่อยที่นาข้าวของเกษตรกรบางรายที่อยู่ในระบบของการส่งน้ำชลประทานเข้าถึง ส่วนนาข้าวที่อยู่นอกเขตชลประทานคงต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งฝนทิ้งช่วงกันขาดน้ำอีกยาวนาน

ทางด้าน นายสนอง หน่อแก้ว กำนันตำบลจิกดู่ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า การรับจ้างปักดำนาข้าวในพื้นที่ของจังหวัดอำนาจเจริญโดยเฉพาะในตำบลจิกดู่ของตน จะมีผู้ว่าจ้างนิยมจ้างปักดำนาข้าวกันไม่มากนัก เนื่องจากค่าแรงค่อนข้างจะแพง บางพื้นที่ยิ่ง 400 บาท ซึ่งการปักดำนาข้าวจะได้ผลดีกว่าการหว่านข้าวในนา เนื่องจากต้นข้าวจะมีกอใหญ่รวงข้าวสวยน้ำหนักดีกว่านาหว่านเกษตรกรที่มีนาข้าวจึงนิยมว่าจ้างให้คนมาปักดำนาข้าวให้ ผู้รับจ้างดำนาถ้าห่อข้าวนำกับข้าวมากินเองก็จะได้ค่าแรงดีขึ้นหากให้ทางผู้ว่าจ้างเลี้ยงอาหารกลางวันก็จะได้ค่าแรงต่ำลงซึ่งค่าแรงขนาดนี้ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญจะอยู่ในราคา 350 บาทถึง 400 บาท

แต่สิ่งที่ตนเป็นห่วงในขณะนี้ก็คือปัญหาฝนทิ้งช่วง ซึ่งประสบมาแล้วนานนับกว่า 2 เดือน กำลังแห้งตายระนาว ส่วนผู้ที่มีนาข้าวในเขตชลประทานก็ดีหน่อยได้รับน้ำจากชลประทานในการปักดำนาข้าวในครั้งนี้ตนอยากให้ทางจังหวัดเร่งขอฝนหลวงพระราชทานด้วยก็จะดีทีเดียวที่จะช่วยชาวเกษตรกรชาวนาในครั้งนี้ได้มีข้าวกินข้าวได้ขายในปีนี้

Advertisement