หน้าแรก ภูมิภาค แม่ยายไม่เชื่...

แม่ยายไม่เชื่อ ลูกเขยถูกต่อยดับ เพื่อนอ้างล้มไปเอง ชี้ลูกสาวเพิ่งเสียไป หลานกำพร้าทั้งพ่อแม่

5.07.22 | 13:13 น.

หนุ่มวัย 36 ปี ชาว อ.หนองกี่ บุรีรัมย์ ถูกเพื่อนชกต่อยภายในผับหลังเลิก จนเสียชีวิตในเวลาต่อมา แม่ยายเผยลูกสาวเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อ 6 เดือน ทิ้งลูก 2 คนกำพร้าพ่อแม่ ระบุลูกเขยเป็นคนขยัน เป็นเสาหลักของครอบครัว ไม่เชื่อว่าลูกเขยตายเพราะล้มลง-ศีรษะยุบ

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม กรณี นายไพฑูรย์ หรือทูล อายุ 36 ปี ถูก นายชายน้อย หรือน้อย อายุ 39 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ การ์ดของผับแห่งหนึ่ง ใน อ.หนองกี่ ชกต่อย จนต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลเมื่อกลางดึกวันที่ 1 ก.ค. และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 ก.ค. ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์

ซึ่งต่อมานายชายน้อย ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองกี่ อ.หนองกี่ ให้การกับตำรวจยอมรับว่าเป็นเพื่อนรู้จักกันดี แต่ไม่ได้ตั้งใจจะให้เสียชีวิต เป็นเพียงการทะเลาะวิวาทกันเท่านั้น ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าของผับได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดของผับมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เป็นภาพหลังผับเลิก แต่ยังมีการนั่งดื่มกินกันบริเวณด้านหน้าผับ ก่อนจะเป็นภาพการชกต่อยกันเหมือนคำให้การของพยานในที่เกิดเหตุ ส่วนบรรยากาศในงานศพยังเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ชาวบ้านต่างเห็นใจและสงสาร

นาง สำเรียง อายุ 63 ปี แม่ยายของผู้ตาย เล่าว่า ลูกเขยเคยไปทำงานที่ประเทศเกาหลีเมื่อประมาณ 15 ปีที่ผ่านมา มาแต่งงานกับลูกสาว มีลูกชายด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 16 คนเล็ก อายุ 11 ปี

Advertisement

เมื่อกลางเดือนธันวาคม 64 ลูกสาวคือภรรยาของผู้ตาย ได้เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว หลังจากนั้นมา ลูกเขยไม่ไปไหน ยังหาเลี้ยงลูก เป็นเสาหลักของครอบครัว เป็นคนขยันทำงานมาโดยตลอด

วันเกิดเหตุลูกชายได้ห้ามว่า “พ่อไม่ต้องไป” แต่ลูกเขยอยากไป เพราะทำงานไถนามาทั้งวัน อยากจะคลายเครียด กระทั่งมาทราบข่าวดังกล่าว ตอนนี้ครอบครัวยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรต่อ เพราะมีหนี้สินทั้งค่างวดรถไถนา และอุปกรณ์ทางการเกษตรอื่นๆ

สำหรับเพื่อนลูกเขยที่เป็นคนก่อเหตุทำร้ายจนลูกเขยเสียชีวิต แล้วไปให้การกับตำรวจว่า เป็นการชกต่อยแล้วล้มไปเอง ส่วนตัวไม่เชื่อ เพราะจากที่ดูสภาพศพแล้ว ศีรษะด้านหลังยุบลง มีรอยช้ำหลายแห่ง เชื่อว่าน่าจะมีการซ้ำหลังล้มลงอย่างแน่นอน ยืนยันจะเอาเรื่องจนถึงที่สุด เท่าที่ทราบ ตำรวจได้แจ้งข้อหาผู้ก่อเหตุแล้วฐาน “ทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย”