หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านผูกแขน...

ชาวบ้านผูกแขนให้ครู-ผอ. สร้างกำลังใจทำงาน หลังเจอเคสเด็ก 5 ขวบแขนหัก รับบทเรียนราคาแพง

5.07.22 | 13:36 น.

ชาวบ้านผูกแขนให้ครู-ผอ. สร้างกำลังใจทำงาน หลังเจอเคสเด็ก 5 ขวบแขนหัก รับบทเรียนราคาแพง ต้องจดจำ

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี น.ส.กรรณิการ์ คำโส อายุ 42 ปี ชาว อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ร้องเรียนสื่อมวลชนว่า น้องเตเต้ หลานชายวัย 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนบ้านโคกสูงคูขาด ต.โคกสูง อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากครูผู้สอนและผู้อำนวยการโรงเรียนถึงการเอาใจใส่การดูแลเด็กนักเรียน ปล่อยนักเรียนที่แขนหักไว้ในโรงเรียนกว่า 3 ชั่วโมง ไม่แจ้งให้ผู้ปกครองทราบ และไม่พาไปรักษาตามเหตุสมควร อย่างไรก็ดี มีการเรียกร้องค่าเยียวยาโดยตกลงกันที่ 55,000 บาท ซึ่ง ผอ.โรงเรียนรับปากจะจ่ายให้ในวันที่ 20 มิ.ย. จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันที่ 13 มิ.ย. สุดท้าย ผอ.ไม่มีเงินมาเยียวยาตามนัด นำมาสู่การร้องเรียนผ่านสื่อ จนกลายเป็นกระแสข่าวมีคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้างทางโลกโซเชียล

ขณะที่ชาวบ้านมารวมตัวกันที่โรงเรียนโคกสูงคูขาดเพื่อต้องการมาผูกแขนให้ นายอุเทน ระวะใจ ผอ.โรงเรียน และ นางนิตยา ธวัชชัยสกุล ครูประจำชั้นน้องเตเต้ที่แขนหัก เพื่อเป็นการให้กำลังใจในการทำงานต่อไป

นางออมสิน เบ้าสองศรี อายุ 59 ปี กรรมการศูนย์เด็ก อบต.โคกสูง กล่าวว่า เท่าที่ทราบเด็กแขนหักมาก่อน วันเกิดเหตุเด็กได้ถอดเฝือกมาโรงเรียน ซึ่งครูคิดว่าเด็กปกติแล้วเด็กมาหกล้มในโรงเรียน แขนหักซ้ำรอยเดิม หลังตกเป็นข่าวเกรงว่าครูจะโดดเดี่ยว จึงพากันรวมตัวมาให้กำลังใจครูผู้สอน

นางนิตยา เล่าว่า ความจริงแล้วตนเห็นสภาพแขนน้องตั้งแต่ตอนเที่ยง แล้วเข้าไปถามทันทีว่าเป็นอะไร แต่น้องบอกว่าไม่เป็นอะไร เพิ่งเอาเฝือกที่ดามแขนออก ยอมรับว่าแปลกใจมากว่าทำไมแขนถึงเป็นรูปแบบนี้ เมื่อถามเด็กว่าเจ็บหรือไม่ เด็กบอกไม่เจ็บ เวลาประมาณ 14.00 น.จึงเข้าไปถามเด็กอีก เด็กบอกว่าอยากนอนหลับ จึงพาไปดื่มนมแล้วนอนพัก

Advertisement

นางนิตยากล่าวว่า ช่วงผู้ปกครองน้องมารับยังเข้าไปถามคนมารับเด็กด้วยว่า “ทำไมแขนน้องเป็นแบบนี้” แต่ไม่ได้รับคำตอบ ส่วนตัวรู้ถึงความรู้สึกของผู้ปกครอง แต่การให้ข่าวคิดว่าดราม่าเกินไป เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้าน นายอุเทน กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะบานปลายขนาดนี้ แต่เห็นชาวบ้านมาให้กำลังใจครูแล้วรู้สึกดีใจ สำหรับการเยียวยาต่างๆ จะมีการนัดหมายกันในวันพุธนี้ แต่ยังไม่แน่ว่าจะลงเอยกันหรือไม่ เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ต้องจดจำ และอยากจะฝากถึงโรงเรียนอื่นๆ เกี่ยวกับการเฝ้าระวังเด็กนักเรียนว่าเหตุการณ์แบบไหนควรจะเร่งด่วน หรือไม่เร่งด่วน เพราะพลาดไปแล้วอาจจะเหมือนโรงเรียนตนก็ได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง