ดาบตำรวจท่องเที่ยว แจ้งความกลับชุดกรมการปกครองที่จับกุมทันที หลังได้รับการประกันตัว ฐานข่มขืนใจ และบังคับให้ออกจากรถ โดยที่ไม่แจ้งให้ทราบว่ากระทำผิดอะไร จนเป็นเหตุทำให้ได้รับบาดเจ็บและได้รับความเสียหาย
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2565 คืบหน้าจากกรณี นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง วางแผนจับกุม ด.ต.ภูวเมศฐ์ หิรัญวงศ์วราดล อายุ 38 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.1 และนายมานัส สุขสม อายุ 46 ปี พร้อมของกลาง เงินสด 100,000 บาท รถเก๋งโตโยต้าอัลติส สีบรอนซ์ ของตำรวจท่องเที่ยว ทะเบียน 1ขท 1840 กรุงเทพมหานคร และรถเก๋งนิสสันซันนี่ สีทอง ทะเบียน ษน 7782 กรุงเทพมหานคร จับกุมตัวได้ที่ลานจอดรถห้างดีแคทลอน หมู่ 6 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากเจ้าของร้าน Moon Bar ที่อยู่บริเวณข้างห้างดีแคทลอน ว่ามีบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง
- ระทึก! ชุด ฉก.ปกครอง บุกรวบ ‘ดาบตำรวจท่องเที่ยว’ ขณะใช้รถหลวงเก็บส่วย สถานบันเทิง (คลิป)
- ให้ประกัน ดาบตำรวจท่องเที่ยวเก็บส่วย สถานบันเทิง วางหลักทรัพย์คนละ 1 ล้าน
หลังการจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ดำเนินคดีกับ ด.ต.ภูวเมศฐ์ ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น และร่วมกันกรรโชกทรัพย์
ส่วนนายมานัส แจ้งข้อหาแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจกระทำการนั้น ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น และร่วมกันกรรโชกทรัพย์
พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำทั้งสองคนเพื่อสาวไปถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดพบว่ายังมี นายสุลรรณ์ มงคลพาณิชกุลณ์ หรือแป๊ะ อายุ 44 ปี ชาวหมู่ 2 ต.โสนลอย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เป็นคนประสานพูดคุยกับเจ้าของร้านเพื่อรีดส่วย จำนวน 100,000 บาท

เวลา 23.00 น. วันที่ 8 กรกฎาคม 2565 หลังพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเสร็จสิ้น ญาติของ ด.ต.ภูวเมศฐ์ และนายมานัส ได้ยื่นเรื่องขอประกันตัว โดย พ.ต.อ.วันชัย ชูจิตร ผกก.สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้ตั้งเงื่อนไขในการประกันตัวเป็นเงินสดคนละ 500,000 บาท หากเป็นหลักทรัพย์คนละ 1,000,000 บาท โดยญาติผู้ต้องหาได้ใช้โฉนดที่ดิน มูลค่า 2 ล้านกว่าบาท ประกันตัวออกไป
หลังจากที่ ด.ต.ภูวเมศฐ์ ได้รับการประกันตัว ได้เข้าแจ้งความทันทีกับ ร.ต.ท.ภคภณ ณ นคร รอง สว.สอบสวน สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2565 เวลาประมาณ 19.30 น. ขณะที่ตนกำลังขับรถยนต์โตโยต้าอัลติส สีขาว ทะเบียน 1กท 1840 กรุงเทพมหานคร ออกจากห้างดีแคทลอน ได้ถูกนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง พร้อมชุดจับกุม โดยทุกคนมีอาวุธปืนครบมือ ได้ข่มขืนใจให้ตนเกิดความตกใจกลัว และบังคับให้ออกจากรถ โดยที่ไม่แจ้งให้ทราบว่าตนกระทำผิดอะไร ข้อหาใด จนเป็นเหตุทำให้ได้รับบาดเจ็บและได้รับความเสียหาย

จึงแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ พนักงานฝ่ายปกครองและชุดจับกุม ตามกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสอง ที่ระบุว่า ถ้าความผิดตามวรรคแรกได้กระทำโดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือได้กระทำเพื่อให้ผู้ถูกข่มขืนใจทำ ถอน ทำให้เสียหาย หรือทำลายเอกสารสิทธิอย่างใด ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และข้อหาจับกุมไม่ชอบ และข้อหาปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ หรือปรากฏว่าผิดกฎหมายใดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หลังแจ้งความแล้ว ด.ต.ภูวเมศฐ์ และนายมานัส ได้เดินทางกลับไปพร้อมญาติ
ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ หลังจากสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองคนเพื่อขยายผลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการแล้ว พนักงานสอบสวนได้เดินทางไปศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จ.สระบุรี เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้องกับคดี ซึ่งทางศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถไปขอหมายจับจากศาลจังหวัดนนทบุรี ได้ พนักงานสอบสวนจะนำเอกสารพยานหลักฐานต่างๆ เดินทางกลับมาขอหมายจับยังศาลจังหวัดนนทบุรี



