หนุ่มคลั่งยา กราดยิงกลางหมู่บ้าน ดับ 3 ศพ เจ็บ 2 มีเด็กหญิง 4 ขวบ เสียชีวิต
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 สั่งการให้ ผบก.ภ.จว.เชียงราย จัดชุดปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.เชียงราย, ชุดสืบสวน, ชุดเจรจาต่อรอง และชุดอาวุธพิเศษพร้อมโล่และอุปกรณ์ป้องกัน ตามมาตรการรับสถานการณ์ Active Shooter ของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 12.30 น. สภ.แม่สรวย จ.เชียงราย ได้รับแจ้งจาก นายมานพ บุญยืนกุล ผู้ใหญ่บ้านป่าเกี๊ยะ หมู่ 18 ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ว่ามีเหตุชายคลุ้มคลั่งถืออาวุธปืนลูกซองยาวไล่กราดยิงคนในหมู่บ้านและมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุบริเวณศาลาประจำหมู่บ้าน พบผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 2 ราย จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบด้วย นปพ.เชียงราย, ชุดสืบสวน, ชุดเจรจาต่อรองและชุดอาวุธพิเศษ เข้าปิดล้อมผู้ก่อเหตุ โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงเศษ จึงสามารถจับตัวผู้ก่อเหตุได้ในป่าละเมาะท้ายหมู่บ้าน ทราบชื่อผู้ต้องหาคือ นายอนุชา จะโบ อายุ 26 ปี พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด
มีรายงานว่า ก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มเด็กๆ กำลังจับกลุ่มเล่นกันอยู่หลายคน โดยมีผู้ใหญ่อยู่บริเวณดังกล่าวเพียงไม่กี่คน จากนั้นคนร้ายได้ถือปืนลูกซองยาวออกมาที่ถนนและเดินไปที่ศาลาโดยมีอาการคลุ้มคลั่งหนัก ก่อนจะใช้ปืนกราดยิงไปยังกลุ่มคนในศาลาจนกระสุนถูกผู้ใหญ่และเด็กเสียชีวิต โดยหนึ่งในนั้นเป็นลูกของครูสอนอนุบาลคนหนึ่ง
นอกจากนี้ คนร้ายยังกราดยิงไปทั่ว กระสุนถูกประชาชนได้รับบาดเจ็บอีกหลายคน และเมื่อพบเจอสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว ก็ใช้ปืนกระหน่ำยิงจนตายไปหลายตัว

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า นายอนุชาถือปืนเดินกลางหมู่บ้าน มุ่งหน้าไปศาลากลางหมู่บ้านที่มีคนนั่งเล่นกันอยู่ แล้วใช้อาวุธยิงใส่กลุ่มคน จากนั้นเดินยิงปืนใส่คนที่พบเห็น เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตเป็นผู้ใหญ่และเด็ก จำนวน 3 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย
ทราบชื่อ ผู้เสียชีวิต คือ 1.นายจะละ จะลอ อายุ 38 ปี เสียชีวิตทันที 2.นางนาโบ ยะป่า อายุ 45 ปี เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล และ 3.ด.ญ.ปุณณดา (สงวนนามสกุล) อายุ 4 ปี เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล ผู้บาดเจ็บ 2 คน 1.นางเลอ่า จะพือ อายุ 61 ปี บาดเจ็บสาหัส นำส่งต่อโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และ 2.จิรดา ยะป่า อายุ 21 ปี บาดเจ็บเล็กน้อย สามารถกลับบ้านได้แล้ว
จากการสอบสวนเบื้องต้นนายอนุชายังอยู่ในอาการมึนเมายาบ้าอยู่ พูดจาวกวน ได้ตรวจสารเสพติดในร่างกายแล้วพบว่ามียาบ้า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาให้นายอนุชาทราบดังนี้ 1.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 2.พยายามฆ่าผู้อื่น 3.พาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านฯ 4.ยิงปืนในหมู่บ้านฯ 5.เสพยาเสพติด (ยาบ้า) และตรวจยึดอาวุธปืนของกลาง นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สรวย จ.เชียงราย ดำเนินคดีตามกฎหมาย
มีรายงานเพิ่มเติมว่า นายอนุชา ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และมักเสพยาเสพติดประเภทยาบ้าเป็นประจำจนทำให้ภรรยาเลิกราไป รวมทั้งมักมีพฤติกรรมทำร้ายผู้คน รวมถึงแม่ของตัวเองด้วย ล่าสุดหลังเสพยาบ้าได้ไปขโมยปืนของอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ พร้อมกระสุน 50 นัด ก่อนจะออกมาก่อเหตุดังกล่าว
พล.ต.ท.ปิยะกล่าวชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่ทำงานด้วยความรวดเร็ว สามารถลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ และเป็นการปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์กดดันเนื่องจากคนร้ายมีอาวุธปืนและก่อเหตุอุกฉกรรจ์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าวได้ผ่านการฝึกมาตรการรับสถานการณ์ Active Shooter ตามนโยบาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ และนำมาปรับใช้กับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิผล จึงขอให้ประชาชนให้ความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 ว่าสามารถป้องกันและปราบปรามเหตุร้ายได้อย่างรวดเร็ว







